อ่าน: 1806
Tetracycline, Sulfamethizole, and Phenazopyridine (ยาสูตรผสมระหว่างเททราซัยคลิน, ซัลฟาเมทิโซล และฟีนาโซไพริดีน)
ยาสูตรผสมระหว่างเททราซัยคลิน, ซัลฟาเมทิโซล และฟีนาโซไพริดีน (tetracycline, sulfamethizole, and phenazopyridine) ใช้สำหรับรักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะที่มีอาการปวด แสบขัดขณะปัสสาวะ
- เททราซัยคลิน (tetracycline) เป็นยาปฏิชีวนะในกลุ่มเททราซัยคลิน (tetracyclines) ออกฤทธิ์โดยยับยั้งการสร้างโปรตีนของเชื้อแบคทีเรีย
- ซัลฟาเมทิโซล (sulfamethizole) เป็นยาต้านเชื้อแบคทีเรียในกลุ่มซัลโฟนาไมด์ ออกฤทธิ์ยับยั้งการสร้างกรดโฟลิก (folic acid) ที่จำเป็นต่อการเจริญของเชื้อแบคทีเรีย
- ฟีนาโซไพริดีน (phenazopyridine) เป็นสารสีเอโซ (azo dye) ที่ใช้บรรเทาอาการปวดทางเดินปัสสาวะ มักใช้ร่วมกับยาปฏิชีวนะ หรือยาต้านเชื้อแบคทีเรีย ในโรคติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ
โปรดแจ้งบุคลากรทางการแพทย์หากท่านเคยมีอาการผิดปกติใดๆหรือมี ประวัติการแพ้ยากลุ่มซัลโฟนาไมด์ (sulfonamides) หรือซัลฟา (sulfa medicines) , ฟูโรซีไมด์ (furosemide) หรือยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอาไซด์ (thiazide diuretics) ,ยาลดน้ำตาลในเลือดชนิดรับประทาน (oral antidiabetics), ยารักษาต้อหินชนิดรับประทาน เช่น อะเซทาโซลาไมด์ (acetazolamide), เมทาโซลาไมด์ (methazolamide) หรือ ฟีนาโซไพริดีน (phenazopyridine) หรือ เททราซัยคลิน (tetracycline) หรือยาอื่นในกลุ่มเททราซัยคลิน (tetracyclines) หรือส่วนประกอบใด ๆ ในยานี้ รวมทั้งการมีประวัติเคยแพ้สารอื่นๆ เช่น อาหาร, สารกันเสีย, สี เป็นต้น
- ไม่ควรรับประทานยานี้พร้อมกับอาหาร โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์นม เนื่องจากจะลดการดูดซึมยาเททราซัยคลิน (tetracycline) หากจำเป็นควรรับประทานห่างกันอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
- ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเสริมที่มีธาตุเหล็ก หรือแคลเซียมเป็นส่วนประกอบระหว่างรับประทานยานี้ หากจำเป็นควรรับประทานห่างกันอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
- ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานวิตามินซี น้ำผลไม้ หรืออาหารที่มีความเป็นกรดในปริมาณมากระหว่างรับประทานยานี้ เพื่อป้องกันการเกิดผลึกในปัสสาวะ (crystalluria) จากยาซัลฟาเมทิโซล (sulfamethizole)
- ยาซัลฟาเมทิโซล (sulfamethizole) และเททราซัยคลิน (tetracycline) อาจทำให้ผิวหนังไวต่อแสง ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือยาที่มีส่วนผสมเซนต์จอห์นเวิร์ธ (St John’s wort) เนื่องจากอาจทำให้ผิวหนังมีความไวต่อแสงมากขึ้น
ABCDX
รายการนี้จัดอยู่ในประเภท 'D' สำหรับสตรีมีครรภ์
ยามีความเสี่ยงในการก่อให้เกิดความผิดปกติต่อทารกในครรภ์ อย่างไรก็ตาม อาจใช้ยานี้ได้ หากพิจารณาแล้วว่าประโยชน์จากการใช้ยามีมากกว่าความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์ ดังนั้นการพิจารณาใช้ยาให้อยู่ในดุลยพินิจของแพทย์
ห้ามใช้ยานี้ระหว่างตั้งครรภ์ เนื่องจากอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสีของฟัน (เหลือง-เทา-น้ำตาล) ทารกในครรภ์และการเจริญเติบโตของกระดูกและฟันทารกในครรภ์ช้าลง นอกจากนี้เกิดทำให้เกิดพิษต่อตับในสตรีตั้งครรภ์ที่ใช้ยาในขนาดสูง ๆ
- ยาซัลฟาเมทิโซล (sulfamethizole) สามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมได้ อาจเกิดอาการไม่พึงประสงค์ต่อตับ และ/หรือ เกิดภาวะเลือดจาง ในทารกที่ได้รับน้ำนม โดยเฉพาะทารกที่มีภาวะพร่องเอนไซม์กลูโคส-6-ฟอสเฟตดีไฮโดรจีเนส [glucose-6-phosphate dehydrogenase (G6PD)]
- ยาเททราซัยคลิน (tetracycline) สามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมได้ และอาจทำให้ฟันของเด็กที่ได้รับน้ำนมมารดาเปลี่ยนสี และการเจริญของกระดูกและฟันช้าลง นอกจากนี้อาจทำให้เด็กที่ได้รับน้ำนมเกิดการแพ้แสงแดด และติดเชื้อราในช่องปากและช่องคลอดได้
จึง ไม่แนะนำให้ใช้ยาสูตรผสมระหว่างเททราซัยคลิน ซัลฟาเมทิโซล, และฟีนาโซไพริดีน (tetracycline, sulfamethizole, and phenazopyridine) ระหว่างให้นมบุตร
ไม่ควรใช้ยานี้ในเด็กอายุต่ำกว่า 8 ปี เนื่องจากอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนสีของฟันอย่างถาวร (เหลือง-เทา-น้ำตาล) และทำให้การเจริญของกระดูกช้าลง เว้นแต่แพทย์สั่ง
* ผู้ป่วยสูงอายุมักจะไวต่อยากลุ่มซัลโฟนาไมด์ (sulfonamides) โดยจะมีอาการไม่พึงประสงค์ทางผิวหนัง หรืออาการไม่พึงประสงค์ทางระบบเลือดที่รุนแรง
ถึงแม้ว่ายาบางอย่างไม่ควรใช้ร่วมกัน ในบางกรณีที่จำเป็นอาจใช้ร่วมกันได้ถึงแม้ว่าอันตรกิริยาอาจเกิดขึ้นก็ตาม โดยแพทย์อาจปรับเปลี่ยนขนาดยาหรืออาจมีข้อควรระวังอื่นๆ ที่จำเป็น เมื่อท่านต้องการจะรับประทานยานี้ ท่านต้องแจ้งบุคลากรทางการแพทย์หากท่านกำลังใช้ยาต่อไปนี้อยู่
- พาราเซทามอล (paracetamol) ในขนาดยาสูง ๆ และใช้เป็นระยะเวลานาน
- นาลทรีโซน (naltrexone) ในขนาดยาสูง ๆ และใช้เป็นระยะเวลานาน
- กรดวาลโพรอิก (valproic acid) การใช้ร่วมกันอาจเพิ่มอาการไม่พึงประสงค์ต่อตับ
- มีเทนามีน (methenamine) การใช้ร่วมกันอาจเพิ่มอาการไม่พึงประสงค์ของยากลุ่มซัลโฟนาไมด์ (sulfonamides)
- ยาลดระดับน้ำตาลในเลือดชนิดรับประทาน (oral antidiabetics) การใช้ยาร่วมกันอาจเพิ่มอาการไม่พึงประสงค์ต่อระบบเลือด และ/หรือ อาการไม่พึงประสงค์ของยาลดระดับน้ำตาลในเลือดชนิดรับประทาน
- วิตามินเค (vitamin K) การใช้ยาร่วมกันอาจเพิ่มอาการไม่พึงประสงค์ต่อระบบเลือด
- ยาอื่น ๆ ได้แก่
| อะมิโอดาโรน (amiodarone) |
แนนโดรโลน (nandrolone) |
ออกซานโดรโลน ( oxandrolone) |
| ออกซีเมโทโลน (oxymetholone) |
สตาโนโซลอล (stanozolol) |
ฮอร์โมนเพศชาย (androgens) |
| ยาต้านไทรอยด์ (antithyroid agents) |
คาร์บามาซีพีน (carbamazepine |
คาร์มัสทีน (carmustine) |
| คลอโรควิน (chloroquine) |
แดนโทรลีน (dantrolene) |
ดาวโนรูบิซิน (daunorubicin) |
| ไดซัลฟิแรม (disulfiram) |
ฮอร์โมนเพศหญิง (estrogens) |
เกลือทอง (gold salts) |
| เมอร์แคปโทเพียวรีน (mercaptopurine) |
ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน (oral contraceptive) |
อะซีโทเฟนาซีน (acetophenazine) |
| คลอร์โพรมาซีน (chlorpromazine) |
ฟลูเฟนาซีน (fluphenazine) |
เมโซริดาซีน (mesoridazine) |
| เพอร์เฟนาซีน (perphenazine) |
โพรคลอร์เพอราซีน (prochlorperazine) |
โพรมาซีน (promazine) |
| โพรเมทาซีน (promethazine) |
ไทออริดาซีน (thioridazine) |
ไทรฟลูออโรเพอราซีน (trifluoroperazine) |
| ไทรฟลูโพรมาซีน (triflupromazine) |
ไทรเมพราซีน (trimepazine) |
พลิคามัยซิน (plicamycin) |
| กรดอะซีโทไฮดรอกซามิค (acetohydroxamic acid) |
ฟิวราโซลิโดน (furazolidone) |
ไนโทรฟิวแรนทอยน์ (nitrofurantoin) |
| ไพรมาควิน (primaquine) |
โพรเคนาไมด์ (procainamide) |
ควินิดีน (quinidine) |
| ควินีน (quinine) |
ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (anticoagulants) |
ไฮดรอกซีคลอโรควิน (hydroxychloroquine) |
| แดพโซน (dapsone) |
เมทโทเทรกเซต (methotrexate) |
เฟนิทอยน์ (phenytoin) |
| ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน (oral contraceptives) |
ยาลดกรด (antacids) |
แอซิทรีทิน (acitretin) |
| อะลูมินัมคาร์บอเนต (aluminum carbonate) |
อะลูมินัมไฮดรอกไซด์ (aluminum hydroxide) |
อะลูมินัมฟอสเฟต (aluminum phosphate) |
| อะทอวาโควน (atovaquone) |
บิสมัทซับซาลิซิเลต (bismuth subsalicylate) |
แคลเซียม (calcium) |
| คอเลสไทรามีน (cholestyramine) |
ซิซาทราคิวเรียม (cisatracurium) |
คอเลสทิพอล (colestipol) |
| ไดคิวมารอล (dicumarol) |
ดิจอกซิน (digoxin) |
ไดไฮดรอกซีอะลูมินัมอะมิโนแอซิเทต (dihydroxyaluminum aminoacetate) |
| ไดไฮดรอกซีอะลูมินัมโซเดียมคาร์บอเนต (dihydroxyaluminum sodium carbonate) |
เอไทนิลเอสทราไดออล (ethinyl estradiol) |
ธาตุเหล็ก (iron) |
| ไอโซเทรทินอยด์ (isotretinoin) |
มัคกอลเดรต (magaldrate) |
แมกนีเซียมคาร์บอเนต (magnesium carbonate) |
| แมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ (magnesium hydroxide) |
แมกนีเซียมออกไซด์ (magnesium oxide) |
แมกนีเซียมไทรซิลิเคต (magnesium trisilicate) |
| เมสทรานอล (mestranol) |
เมโททรีเซต (methotrexate) |
เมทอกซีฟลูเรน (methoxyflurane) |
| นอร์เอลเจสโทรมิน (norelgestromin) |
นอร์เอทินโดรน (norethindrone) |
นอร์เจสเทรล (norgestrel) |
| เพนิซิลลิน จี (penicillin G) |
เพนนิซิลลิน จี โพรเคน (penicillin G procaine) |
เพนิซิลลิน วี (penicillin V) |
| ฟีนินไดโอน (phenindione) |
ควินาพริล (quinapril) |
ราพาคิวโรเนียม (rapacuronium) |
| ไทเมอโรวอล (thimerosal) |
เทรทินอยด์ (tretinoin) |
วอร์ฟาริน (warfarin) |
| สังกะสี (zinc) |
ปัญหาความเจ็บป่วยอื่นที่ท่านเป็นอยู่อาจส่งผลต่อการใช้ยาสูตรผสมระหว่างเททราซัยคลิน, ซัลฟาเมทิโซล และฟีนาโซไพริดีน (tetracycline, sulfamethizole, and phenazopyridine) ท่านควรแจ้งแพทย์หากท่านมีภาวะเหล่านี้ร่วมด้วย เช่น
- เลือดจาง หรือโรคอื่นทางระบบเลือด
- ภาวะพร่องเอนไซม์กลูโคส-6-ฟอสเฟตดีไฮโดรจีเนส [glucose-6-phosphate dehydrogenase (G6PD)]
- ควรใช้ยาอย่างระมัดระวัง ในผู้ป่วยที่มีการทำงานบกพร่องของตับและไต หรือร่วมกับยาที่มีแนวโน้มว่าเป็นพิษต่อตับ
- โรคตับอักเสบ (hepatitis)
- พอร์ฟีเรีย (porphyria) ซึ่งเป็นโรคพันธุกรรมซึ่งผู้ป่วยขาดเอนไซม์บางชนิดในการสังเคราะห์ฮีม (heme) ส่งผลให้เกิดการคั่งของพอร์เฟอริน(porphyrin) จนมีการขับออกมากทางปัสสาวะทำให้ปัสสาวะมีสีม่วงแดง และเกิดอาการต่าง ๆ เช่นปวดท้องและผิวหนังมีความไวต่อแสงผิดปรกติ เป็นต้น
- ควรรับประทานยาขณะท้องว่าง อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนอาหาร หรือ 2 ชั่วโมงหลังอาหาร โดยกลืนยาทั้งเม็ดแล้วดื่มน้ำตามมากๆ
- ไม่ควรรับประทานร่วมกับอาหาร โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์นม เช่น โยเกิร์ต ชีส ไอศกรีม เป็นต้น
- ยาลดกรดบางอย่างจะรบกวนการดูดซึมของยาเททราซัยคลิน(tetracycline) ควรรับประทานห่างจากเททราซัยคลิน อย่างน้อย 2 ชั่วโมง
- ระหว่างรับประทานยานี้ควรดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อลดอาการไม่พึงประสงค์จากยา เว้นแต่ว่าท่านได้รับคำแนะนำให้จำกัดน้ำ
- ยานี้จะใช้ได้ผลดีเมื่อมีระดับยาในเลือดคงที่จึงไม่ควรลืมรับประทานยา และรับประทานยาในเวลาเดียวกันของทุกวัน
- รับประทานยานี้ติดต่อกันทุกวันจนยาหมด แม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม
ยาแคปซูล
- กลืนยาทั้งเม็ด เเล้วดื่มน้ำตามมาก ๆ
ขนาดยาของยาสูตรผสมระหว่างเททราซัยคลิน, ซัลฟาเมทิโซล และฟีนาโซไพริดีน (tetracycline, sulfamethizole, and phenazopyridine) อาจแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย ควรใช้ยาตามใบสั่งยาของแพทย์หรือตามที่เภสัชกรแนะนำหรือตามที่ฉลากระบุ
จำนวนครั้งของการรับประทานยาในแต่ละวัน, ระยะห่างของการรับประทานยาในแต่ละครั้งและระยะเวลาที่ท่านรับประทานยาขึ้นอยู่กับสภาวะโรคของท่าน
หากท่านลืมรับประทานยาให้รีบรับประทานทันทีที่นึกได้ ถ้าใกล้ถึงมื้อต่อไปให้ข้ามมื้อที่ลืมและรับประทานยาต่อในมื้อถัดไปในขนาดยา ปกติ โดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่า
- เก็บในภาชนะปิดสนิทให้พ้นมือเด็ก
- เก็บให้ห่างจากความร้อนและหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรง
- ห้ามเก็บยาไว้ในห้องน้ำ ใกล้อ่างล้างมือหรือที่ชื้น เนื่องจากความร้อนหรือความชื้นอาจเป็นสาเหตุให้ยาเสื่อมคุณภาพ
- ทิ้งยาเมื่อยาหมดอายุ
- ก่อนใช้ยาสูตรผสมระหว่างเททราซัยคลิน, ซัลฟาเมทิโซล และฟีนาโซไพริดีน (tetracycline, sulfamethizole, and phenazopyridine) ควรแน่ใจก่อนว่าผู้ป่วยไม่เคยมีประวัติแพ้ยาอื่นในกลุ่มเททราซัยคลิน (tetracyclines) และ/หรือยาอื่นในกลุ่มซัลโฟนาไมด์ (sulfanamides) หรือซัลฟา (sulfas) และควรสังเกตอาการแพ้ยาอย่างใกล้ชิดถ้าผู้ป่วยเคยมีประวัติแพ้ยาดังกล่าวและได้รับยานี้ เพราะมีโอกาสเกิดการแพ้ข้ามกันได้
- การใช้ยาสูตรผสมระหว่างเททราซัยคลิน, ซัลฟาเมทิโซล และฟีนาโซไพริดีน (tetracycline, sulfamethizole, and phenazopyridine) จะเปลี่ยนแปลงเชื้อที่อาศัยอยู่ตามปกติในลำไส้ใหญ่ และอาจทำให้เชื้อคลอสทริเดีย(clostridia) เจริญมากเกินไป ทำให้เกิดท้องร่วงจากเชื้อแบคทีเรีย คลอสทริเดียม ดิฟฟิไซล์ ( Clostridium difficile associated diarrhea) รวมทั้งลำไส้ใหญ่อักเสบเหตุจากยาต้านจุลชีพ (pseudomembranous colitis) ควรพบแพทย์ทันทีหากมีอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำหรือท้องร่วงรุนแรงซึ่งอาจมีเลือดปนโดยมีหรือไม่มีอาการปวดเกร็งหน้าท้องและไข้ก็ได้ และห้ามใช้ยารักษาอาการท้องร่วง โดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน เพราะการใช้ยาแก้ท้องร่วงอาจทำให้อาการเหล่านี้ยิ่งรุนแรงขึ้น
หมายเหตุ อาการปวดเกร็งหน้าท้องและถ่ายเหลวเป็นน้ำหรือท้องร่วงรุนแรงซึ่งอาจมีเลือดปน อาจเกิดขึ้นได้หลังจากที่หยุดใช้ยานี้แล้วเป็นเวลาหลายสัปดาห์
- ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดรับประทานมีส่วนผสมของเอสโทรเจน (estrogen) อาจออกฤทธิ์ไม่เต็มที่หากท่านใช้ยาคุมกำเนิดในขณะที่กำลังใช้ยาที่มีส่วนผสมของเททราซัยคลิน (tetracycline) และอาจทำให้เกิดการตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจ ท่านควรเลือกใช้วิธีคุมกำเนิดโดยวิธีอื่นหรือใช้วิธีคุมกำเนิดแบบอื่นร่วม ด้วยในขณะที่ท่านกำลังใช้เททราซัยคลิน หากท่านมีข้อสงสัยควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
- ก่อนการผ่าตัดหรือถอนฟันร่วมกับการใช้ยาสลบ ควรแจ้งแพทย์ว่าท่านกำลังใช้ยาเที่มีส่วนผสมของททราซัยคลิน
- การใช้ยาสูตรผสมระหว่างเททราซัยคลิน, ซัลฟาเมทิโซล และฟีนาโซไพริดีน (tetracycline, sulfamethizole, and phenazopyridine) เป็นเวลานานอาจทำให้เกิดการดื้อยาและการเจริญมากไปของเชื้อที่ดื้อยาได้ ทำให้เกิดการติดเชื้อที่ซ้ำซ้อนได้ (superinfection)
- การใช้ยาสูตรผสมระหว่างเททราซัยคลิน, ซัลฟาเมทิโซล และฟีนาโซไพริดีน (tetracycline, sulfamethizole, and phenazopyridine) อาจทำให้ผิวหนังไวต่อแสงมากขึ้น ซึ่งแสดงออกโดยโดยผิวหนังแดงและอักเสบได้ง่ายเมื่อสัมผัสแสงแดด ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด และไม่สัมผัสกับแสงแดดโดยตรง ควรสวมเสื้อผ้าที่ป้องกันแสงแดด แว่นตากันแดด ใช้ครีมกันแดด ที่มีเอสพีเอฟ (SPF 15) ขึ้นไป โดยอาการนี้อาจยังคงอยู่หลายเดือนหลังจากหยุดยาไปแล้ว ควรรีบพบแพทย์ถ้ามีอาการรุนแรงขึ้น
- สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ยาเททราซัยคลิน (tetracycline) อาจทำให้ผลการทดสอบระดับน้ำตาลในปัสสาวะมีผลบวกปลอม ก่อนที่ท่านจะรับการตรวจทางห้องปฏิบัติการ โปรดแจ้งบุคลากรทางการแพทย์ทุกครั้งว่าท่านกำลังใช้ยานี้อยู่
- การใช้ยานี้อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาการแพ้รุนแรง เช่น การตายแยกสลายของหนังกำพร้า (epidermal necrolysis), ผิวหนังอักเสบหลุดลอกเป็นแผ่น (exfoliative dermatis), กลุ่มอาการสตีเวนส์จอห์นสัน (Stevens-Johnson syndrome), การแพ้ที่เหมือนกับการแพ้เซรุ่ม (serum sickness), กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจากการแพ้ (allergic myocarditis) ซึ่งเกิดได้ทั้งการใช้ยาซัลโฟนาไมด์ (sulfonamides) เดี่ยว ๆ หรือยาสูตรผสมของซัลโฟนาไมด์ร่วมกับไทรเมโทพริม
นอกจากนี้อาจเกิดผื่นชนิดรุนแรงเล็กน้อยถึงปานกลาง ซึ่งอาจเกิดขึ้นหลังจากเริ่มใช้ยาไปแล้ว 7-14 วัน เช่น ผื่นแดง (erythematous), ผื่นนูนปนกับผื่นราบ (maculopapular), ผื่นคล้ายหัด (morbilliform) และ/หรือผื่นคัน (pruritic)
- การใช้ยานี้เป็นระยะเวลานานอาจทำให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ต่อระบบเลือด ซึ่งอาจส่งผลให้ติดเชื้อโรคบางชนิดได้ง่าย แผลหายช้า มีเลือดออกได้ง่าย ควรระมัดระวังการใช้ไหมขัดฟัน หรือไม้จิ้มฟัน และแจ้งทันตแพทย์ทุกครั้งว่าใช้ยานี้อยู่
- ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อป้องกันการเกิดผลึกของยาในปัสสาวะ (crystalluria) และการเกิดนิ่ว (stone formation) จากยาซัลฟาเมทิโซล (sulfamethizole)
- การใช้ยานี้อาจทำให้ปัสสาวะ เหงื่อ น้ำตา มีสีส้ม หรือแดง ขณะใช้ยานี้ควรงดใส่เลนส์สัมผัสชนิดอ่อน (soft contact lens) เนื่องจากอาจทำให้เลนส์เปลี่ยนสีได้
ยาอาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์บางอย่างที่ไม่ต้องการ ซึ่งอาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดกับผู้ใช้ยาทุกราย แต่หากเกิดอาการไม่พึงประสงค์ขึ้นควรได้รับการรักษาที่เหมาะสม
ก .พบแพทย์ทันทีหากมีอาการต่อไปนี้
พบบ่อย
พบน้อย
- ปวดข้อหรือกล้ามเนื้อ, กลืนลำบาก, ซีด, ผิวหนังลอก, เจ็บคอหรือมีไข้, มีเลือดออกง่ายหรือจ้ำเลือด, เพลียเหนื่อยง่าย, ตัวเหลืองตาเหลือง
พบน้อยมาก
- ปวดเกร็งหน้าท้อง, ท้องร่วงอย่างรุนแรง อาจมีเลือดปน, ปัสสาวะเป็นเลือด,หายใจลำบาก, ปัสสาวะมากขึ้นหรือลดลง, เห็นภาพหลอน, ปวดศีรษะ, กระหายน้ำ, ปวดบั้นเอว, เจ็บขณะปัสสาวะ
ข. พบแพทย์โดยเร็วหากมีอาการต่อไปนี้
พบบ่อย
พบน้อยมาก
- ปวดท้อง, ทารกมีกระหม่อมโป่งที่ศีรษะ (bulging fontanel), เบื่ออาหาร, คลื่นไส้อาเจียน, การมองเห็นเปลี่ยนไป, ตัวเหลือง
ค.อาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา อาการไม่พึงประสงค์เหล่านี้จะหายไปในระหว่างการรักษาหรือหยุดยาไปแล้วเนื่องจากร่างกายจะปรับตัว เข้ากับยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรถ้าอาการไม่พึงประสงค์เหล่านี้เกิดขึ้นติดต่อกันนาน หรือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของท่าน
พบบ่อย
- ปวดเกร็งหรือแสบร้อนกระเพาะอาหาร, ท้องร่วง, ปวดศีรษะ, เบื่ออาหาร , คลื่นไส้ อาเจียน, อ่อนเพลีย
พบน้อย
- ติดเชื้อราช่องคลอด, เจ็บปากหรือลิ้น
ง. อาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้อาจเกิดขึ้นในผู้ป่วยบางราย หากท่านสังเกตเห็นอาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
ยานี้จัดอยู่ในกลุ่มยาต่อไปนี้
ยานี้เกี่ยวข้องกับยาต่อไปนี้
Chlortetracycline, Chlortetracycline (Ophthalmic) , Chlortetracycline (Topical) , Doxycycline , Minocycline, Oxytetracycline, Oxytetracycline and Polymyxin B (Ophthalmic), Oxytetracycline and Polymyxin B (Topical), Tetracycline (Oral or Injection) , Tetracycline (Topical) , Silver sulfadiazine (Topical) , Sulfacetamide (Ophthalmic) , Sulfadiazine, Sulfadimidine (Sulphadimidine), Sulfadimidine, Sulfadiazine, and Sulfamerazine , Sulfadoxine and Pyrimethamine , Sulfasalazine, Sulfisoxazole and Phenazopyridine
ยานี้มีชื่อทางการค้าต่อไปนี้
Uwin capsule (ยูวิน แคปซูล), Setomycin capsules (ซีโต้มัยซิน ชนิดแค๊ปซูล), Urosed capsules (ยูโรเซด แคปซูล), Uzorin capsules (ยูโซริน แค็ปซูล), Urota capsule (ยูโรต้า แคปซูล), Chinrocin capsules (ซินโรซิน แคปซูล), Cox-mycin capsules (ค็อกซ์-มัยซินแคปซูล), Pondnamycin capsules (พอนด์น่ามัยซิน แคปซูล)
ข้อมูลนี้ไม่สมบูรณ์ ยานี้อาจจะยังมีชื่อทางการค้าอื่นที่ไม่ได้แสดงในนี้ หรือชื่อทางการค้าที่แสดงในนี้อาจจะไม่อนุญาตให้จำหน่ายแล้ว
ยานี้มีชื่อภาษาไทยอื่นที่มีการใช้ดังต่อไปนี้
ยาสูตรผสมระหว่างเตตราซัยคลิน, ซัลฟาเมทิโซล และฟีนาโซไพริดีน
ข้อมูลนี้ไม่สมบูรณ์ ยานี้อาจจะยังมีชื่อภาษาไทยอื่นที่อาจมีการใช้ ซึ่งไม่ได้แสดงในนี้
- กองควบคุมยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข. สืบค้นทะเบียนยาสามัญสำหรับยาเดี่ยว.Sulfamethizole . Available at: http://wwwapp1.fda.moph.go.th/ed2547/?url=14 Access Date: May 2, 2010.
- DRUGDEX® System:Klasco RK (Ed): DRUGDEX® System (electronic version). Thomson Micromedex, Greenwood Village, Colorado, USA. Available at: http://www.thomsonhc.com (cited: 3/5/2010).
- McEvoy GK, Snow EK, Miller J et al. AHFS Drug information 2009. the American Society of Health-System Pharmacists,Inc.Bestheda. 2009. p459-462, 431-442
- Micromedex Thomson Healthcare. Advice for the Patient Drug Information in Lay Language USP DI, volume ll. 25th ed. Massachusetts: Micromedex Thomson Healthcare, 2005: p 1563-1566, 1516-1519.
- MedlinePlus Trusted Health Information for You. tetracycline .Available at : http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/druginfo/meds/a682098.html Access Date: May 3, 2010.
- The Merck Manuals Online medical Library The Merck Manual for Healthcare Professionals: Phenazopyridine Drug Information Provided by Lexi-Comp. Available at:http://www.merck.com/mmpe/lexicomp/phenazopyridine.html#N16B26A Access Date: May 24, 2010.