อ่าน: 2218
Small_font Large_font

Non-Steroial Anti-inflammatory Drugs (NSAIDs) (ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์)

คำอธิบายพอสังเขป

ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์หรือเรียกว่า NSAIDs (เอ็น-เสด) ใช้ในการบรรเทาอาการบางอาการที่มีสาเหตุมาจากข้ออักเสบ (ข้ออักเสบรูมาตอยด์) การอักเสบ บวม ตึง และเจ็บข้อ อย่างไรก็ตามยานี้ไม่ได้ใช้รักษาข้ออักเสบเพียงแค่ช่วยบรรเทาอาการของท่านให้ดีขึ้นเท่านั้น

ยานี้ใช้ในการบรรเทาอาการปวดของสภาวะต่างๆ เช่น

  • เกาต์กำเริบ
  • ถุงของไหลข้นอักเสบ (bursitis)
  • เอ็นกล้ามเนื้ออักเสบ (tendinitis)
  • อาการตึง เคล็ดขัดยอก
  • ปวดประจำเดือน (menstrual cramps)
  • ไอบิวโพรเฟน (ibuprofen) และนาพรอกเซน (naproxen) ใช้สำหรับลดไข้
  • มีโคลฟินาเมท (meclofenamate) ใช้สำหรับลดปริมาณเลือดในรายที่มีประจำเดือนมามาก
  • ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ใช้ในการรักษาสภาวะต่างๆ ตามแพทย์สั่ง
  • ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เหล่านี้ทำให้เกิดอาการข้างเคียงโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานหรือใช้ในปริมาณมาก

อาการข้างเคียงบางอย่างทำให้เกิดความเจ็บปวดหรือไม่สบายตัวหรืออาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงที่รุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลและอาจทำให้เสียชีวิตได้ หากท่านจะใช้ยานี้นานกว่า 1-2 เดือน หรือใช้ในปริมาณมากๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อจะได้ทราบถึงการปฏิบัติตัวที่สามารถช่วยลดความเสี่ยงนั้นได้

ก่อนการใช้ยา

การแพ้ยา

โปรดแจ้งบุคลากรทางการแพทย์หากท่านเคยมีอาการผิดปกติใดๆ หรือมีประวัติการแพ้ยากลุ่มยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) หรือยาต่อไปนี้ รวมทั้งการมีประวัติเคยแพ้สารอื่นๆ เช่น อาหาร สารกันเสียหรือสี เป็นต้น

  • แอสไพริน (aspirin) หรืออนุพันธ์ของซาลิซิเลต (salicylates)
  • คีโทโรแลก (ketorolac)
  • ออกซี่เฟนบิวทาโซน (oxyphenbutazone)
  • ซูโพรเฟน(suprofen)
  • โซมิพีแรค (zomepirac)

อาหารและเครื่องดื่มที่ต้องระวัง

โปรดแจ้งบุคลากรทางการแพทย์หากท่านกำลังได้รับคำแนะนำให้รับประทานอาหารที่มีโซเดียมต่ำ (low-salt) หรือน้ำตาลต่ำ เนื่องจากยาบางประเภทอาจมีส่วนประกอบของโซเดียมและน้ำตาล

ตั้งครรภ์

ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยานี้ เว้นแต่แพทย์พิจารณาแล้วว่าจำเป็นต้องใช้โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนสุดท้ายก่อนคลอดเพราะยังไม่มีการศึกษาการใช้ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ในสตรีมีครรภ์ อย่างไรก็ตามอาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์เกี่ยวกับหัวใจหรือความดันโลหิตของตัวอ่อนในครรภ์หรือทารกแรกคลอดได้หากรับประทานยาเหล่านี้เป็นประจำใน 2-3 เดือนสุดท้ายของการมีครรภ์

การศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่า หากรับประทานยาเหล่านี้ใน 2-3 เดือนสุดท้ายของการมีครรภ์ อาจทำให้การมีครรภ์นานขึ้น, ระยะเวลาของการคลอดนานขึ้นทำให้เกิดปัญหาในการคลอด

หากท่านกำลังมีครรภ์ ห้ามรับประทานยาเหล่านี้รวมทั้งหาซื้อยาเหล่านี้รับประทานเอง เช่น นาพรอกเซน (naproxen), ไอบิวโพรเฟน (ibuprofen) โดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

การศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่า

  • ฟีโนโพรเฟน (fenoprofen), ฟล็อคตาเฟนิน (floctafenine), เฟลอบิโพรเฟน (flurbiprofen), ไอบิวโพรเฟน (ibuprofen), คีโทโพรเฟน (ketoprofen), นาบูมีโทน (nabumetone), นาพรอกเซน (naproxen), ฟีนิลบิวทาโซน (phenylbutazone), เพียร็อกซิแคม (piroxicam), กรดเทียโพรฟีนิค (tiaprofenic acid), โทลมีติน (tolmetin) ไม่มีผลต่อตัวอ่อนในครรภ์แต่ไดฟลูนิซัล (diflunisal) ทำให้การสร้างกระดูกสันหลังและกระดูกซี่โครงผิดปกติในกระต่ายแต่ไม่มีผลในหนู
  • ไดโคลฟีแนก (diclofenac), มีโคลฟินาเมท (meclofenamate) ทำให้การสร้างกระดูกในสัตว์ทดลองผิดปกติ
  • อีโตโดแล็ค (etodolac), อ็อกซาโปรซิน (oxaprozin) มีผลต่อตัวอ่อนในสัตว์ทดลอง
  • อินโดเมทาซิน (indomethacin) ทำให้การสร้างกระดูกช้าลงและทำลายเส้นประสาทในสัตว์ทดลอง
  • ซูลินแด็ค (sulindac) ทำให้การพัฒนากระดูกและอวัยวะต่างๆ ผิดปกติ
  • ยังไม่มีการศึกษาผลของกรดมีฟีนามิค (mefenamic acid) ในสัตว์ทดลอง

แม้ว่ายาส่วนใหญ่ไม่มีผลต่อตัวอ่อนในครรภ์ของสัตว์ทดลอง แต่ยาเหล่านี้อาจเป็นอันตรายต่อตัวอ่อนในครรภ์ เมื่อให้ยาเหล่านี้ปริมาณมากจะทำให้สัตว์ทดลองที่มีครรภ์เกิดอาการป่วย

กำลังให้นมบุตร

  • อินโดเมทาซิน (indomethacin) สามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมและทำให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ในทารกที่ได้รับนมแม่
  • มีโคฟีนาเท (meclofenamate) ไม่แนะนำให้ใช้ยานี้ในสตรีให้นมบุตร เนื่องจากการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่าสามารถทำให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ด้านการพัฒนาการของตัวอ่อน
  • ฟีนิลบิวทาโซน (phenylbutazone) สามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมและทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ในเด็กที่ได้รับนมมารดา เช่น ผลต่อระบบเลือด
  • เพียร็อกซิแคม (piroxicam) การศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่าเพียร็อกซิแคม (piroxicam) ทำให้ปริมาณน้ำนมลดลง

แม้ว่ายาตัวอื่นๆ ที่ไม่มีรายงานว่าทำให้เกิดปัญหาหากให้นมบุตร แต่ยาเหล่านี้ เช่น ไดโคลฟีแนก (diclofenac), ไดฟลูนิซัล (diflunisal), ฟีโนโพรเฟน (fenoprofen), เฟลอบิโพรเฟน (flurbiprofen), มีโคลฟีนาเมท (meclofenamate), กรดมีฟีนามิค (mefenamic acid), นาพรอกเซน (naproxen), เพียร็อกซิแคม (piroxicam), โทลมีติน (tolmetin) ก็สามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมได้เช่นกัน

แต่ยาต่อไปนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าสามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมได้หรือไม่ ได้แก่ อีโตโดแล็ค (etodolac), ฟล็อคตาเฟนีน (floctafenine), ไอบิวโพรเฟน (ibuprofen), คีโทโพรเฟน (ketoprofen), นาบูมีโทน (nabumetone), อ็อกซาโปรซิน (oxaprozin), ซูลินแดค (sulindac) และกรดเทียโปรฟีนิค (tiaprofenic acid)

เด็ก

  • ไอบิวโพรเฟน (ibuprofen) มีการทดลองใช้ในเด็กอายุมากกว่า 6 เดือนไม่พบอาการข้างเคียงที่ต่างจากการใช้ยาในผู้ใหญ่
  • อินโดเมทาซิน (indomethacin), โทลมีติน (tolmetin) มีการทดลองใช้ในเด็กอายุมากกว่า 2 ปี ไม่พบอาการข้างเคียงที่ต่างจากการใช้ยาในผู้ใหญ่
  • นาพรอกเซน (naproxen) มีการทดลองใช้ในเด็กอายุมากกว่า 2 ปี พบว่าทำให้เกิดผื่นผิวหนัง
  • อ็อกซาโปรซิน (oxaprozin) มีการทดลองใช้ในเด็กที่เป็นโรคข้ออักเสบ แต่ไม่มีข้อมูลที่ใช้ในการเปรียบเทียบการใช้ยานี้ในเด็กที่เป็นโรคข้ออักเสบกับช่วงอายุอื่น
  • ฟีนิลบิวทาโซน (phenylbutazone) ไม่แนะนำให้ใช้ยานี้ในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี
  • ยาต้านอักเสบตัวอื่นๆ ไม่มีข้อมูลเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการใช้ยาต้านอักเสบในเด็ก

ยาเหล่านี้ เช่น อินโดเมทาซิน (indomethacin) และฟีนิลบิวทาโซน (phenylbutazone) สามารถทำให้เกิดอาการข้างเคียงที่รุนแรงในผู้ป่วยทุกวัย ดังนั้นการใช้ยานี้ในเด็กควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง

ผู้สูงอายุ

อาการข้างเคียงบางอย่างเช่น สับสน , หน้าบวม แขนหรือขาบวม , ปริมาณปัสสาวะลดลง อาจเกิดขึ้นได้ในผู้สูงอายุซึ่งไวต่อฤทธิ์ของยามากกว่าในวัยอื่นๆ ดังนั้นหากยาส่งผลต่อกระเพาะอาหาร ผู้สูงอายุอาจรู้สึกไม่สบายตัวได้มากกว่าวัยอื่นๆ ผู้สูงอายุอาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบเลือดจากการใช้ฟีนิลบิวธาโซน (phenylbutazone) ได้มากกว่าวัยอื่นๆ เช่นกัน

ยาอื่นที่ใช้อยู่

ถึงแม้ว่ายาบางอย่างไม่ควรใช้ร่วมกัน ในบางกรณีที่จำเป็นอาจใช้ร่วมกันได้ถึงแม้ว่าอันตรกิริยาอาจเกิดขึ้นก็ตาม โดยแพทย์อาจปรับเปลี่ยนขนาดยาหรืออาจมีข้อควรระวังอื่นๆ ที่จำเป็น เมื่อท่านต้องการจะรับประทานยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ท่านต้องแจ้งบุคลากรทางการแพทย์หากท่านกำลังใช้ยาต่อไปนี้อยู่

  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (anticoagulants)
  • เซฟาแมนโดล (cefamandole)
  • เซโฟเพอราโซน (cefoperazone)
  • เซโฟทีแทน (cefotetan)
  • เฮพาริน (heparin)
  • พลิคามัยซัน (plicamycin)
  • กรดวาลโพรอิก (valproic acid) โอกาสการเกิดเลือดออกเพิ่มขึ้น
  • แอสไพริน (aspirin) โอกาสในเกิดอาการข้างเคียงที่รุนแรงจะเพิ่มขึ้นหากใช้แอสไพรินร่วมกับยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่ สเตียรอยด์ (NSAIDs) ที่ใช้อยู่ก่อน
  • ซิโพรฟลอกซาซิน (ciprofloxacin)
  • อีน็อกซาซิน (enoxacin)
  • อิทราโคนาโซล (itraconazole)
  • คีโทโคนาโซล (ketoconazole)
  • โลมีฟลอกซาซิน (lomefloxacin)
  • นอร์ฟลอกซาซิน (norfloxacin)
  • โอฟลอกซาซิน (ofloxacin)
  • เททราไซคลีน (tetracyclins) อาจเกิดอันตรายจากฟีนิลบิวทาโซน (phenylbutazone) หากใช้ยาสอง
ตัวนี้ร่วมกัน
  • ไซโคลสพอริน (cyclosporine)
  • ดิจิทัลลิส ไกลโคไซดิ์ (digitalis glycosides)
  • ลิเทียม (lithium)
  • เมโทเทรกเซต (methotrexate)
  • ฟีนีตอยน์ (phenytoin) อาจทำให้ระดับยาทั้งสองตัวในเลือดสูงขึ้น
  • เพนิซิลลามีน (penicillamine) โอกาสในการเกิดอาการข้างเคียงที่รุนแรงจะเพิ่มขึ้นหากให้ร่วมกับฟีนิลบิวทาโซน (phenylbutazone)
  • โพรเบนีซิด (probenecid) ทำให้ระดับยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) สูงขึ้นและโอกาสในการเกิดอาการข้างเคียงจะเพิ่มขึ้น
  • ไตรแอมเทอรีน (triamterene) โอกาสในการเกิดผลต่อไตจะเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะเมื่อให้ร่วมกับอินโดเมทาซิน (indomethacin)
  • ไซโดวูดีน (zidovudine) โอกาสในการเกิดอาการข้างเคียงจะเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะเมื่อให้ร่วมกับอินโดเมทาซิน (indomethacin)

ภาวะโรคร่วม

ปัญหาความเจ็บป่วยอื่นที่ท่านเป็นอยู่อาจส่งผลต่อการใช้ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ท่านควรแจ้งแพทย์หากท่านมีสภาวะเหล่านี้ร่วมด้วย เช่น

  • ติดแอลกอฮอล์
  • ปัญหาเลือดออก
  • ลำไส้ใหญ่อักเสบ (colitis), โรคโครห์น (Crohn’s disease), ไดเวอร์ติคูลัมอักเสบ (diverticulitis) , แผลในกระเพาะอาหาร, ปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารหรือลำไส้
  • เบาหวาน
  • ริดสีดวงทวาร
  • ตับอักเสบหรือโรคตับอื่นๆ
  • โรคไต
  • ระคายเคืองทวารหนักหรือมีเลือดออกจากทวารหนัก
  • กลุ่มอาการของโรคผิวหนังลักษณะผื่นลูปุสทั่วร่างกาย (systemic lupus eythematous-SLE)
  • สูบบุหรี่หรือเคยสูบบุหรี่มาก่อน จะเพิ่มโอกาสในการเกิดอาการข้างเคียง
  • โรคโลหิตจาง
  • โรคหอบหืด
  • โรคลมชัก
  • ของเหลวคั่ง (เท้า ขา บวม)
  • โรคหัวใจ
  • ภาวะความดันโลหิตสูง
  • นิ่วในไตหรือเคยมีนิ่วในไต
  • จำนวนเกล็ดเลือดต่ำ
  • จำนวนเม็ดเลือดขาวต่ำ
  • มีปัญหาทางจิต
  • โรคพาร์คินสัน
  • โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์หลายข้อ
  • กลุ่มอาการฟอร์ฟิเรีย
  • หลอดเลือดแดงที่สมองส่วน temporal อักเสบ (temporal arteritis) ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) จะทำให้อาการของโรคนี้รุนแรงขึ้น
  • มีแผลหรือฝ้าขาวในปาก อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกถึงอาการข้างเคียงจากการใช้ยาที่รุนแรง โปรดแจ้งแพทย์หากท่านมีอาการเหล่านี้

กลุ่มยา

รายการนี้เกี่ยวข้องกับกลุ่มยาต่อไปนี้

ยา

ยาต่อไปนี้อยู่ในกลุ่มยานี้

แหล่งอ้างอิง

  1. Micromedex Thomson Healthcare. Advice for the Patient Drug Information in Lay Language USP
DI, volume ll. 25th ed. Massachusetts: Micromedex Thomson Healthcare, 2005: 185-96.
  1. Klasco RK (Ed): DRUGDEX® System (electronic version). Thomson Micromedex, Greenwood
Village, Colorado, USA. Available at: http://www.thomsonhc.com (cited: Oct 6, 2009).
  1. Sunthornraj N, Fun LF, Evangelista LF, Labandilo LD, Romano MB, Afable JO, et al. MIMs Thailand. 106th ed. Bangkok: MediMedia (Thailand); 2007.

นรวร เจนณรงค์
22 สิงหาคม 2552 04 มีนาคม 2553
เพื่อนแนะนำ : เงินด่วน 30 นาทีถูกกฎหมาย, เราชนะรอบ 4, ยืมเงิน 3000 ด่วน, แอพผ่อนของ, กู้เงิน, สมัครบัตรเครดิต, สินเชื่อไม่เช็ค บูโรถูกกฎหมาย