อ่าน: 2671
Small_font Large_font

Sulfasalazine (ซัลฟาซาลาซีน)

คำอธิบายพอสังเขป

ซัลฟาซาลาซีน (sulfasalazine) เป็นยาในกลุ่มซัลโฟนาไมด์ (sulfonamides) หรือ ซัลฟา (sulfas) ใช้เพื่อป้องกันและรักษาโรคลำไส้อักเสบ เช่น ลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรังเป็นแผลเปื่อย (ulcerative colitis) โดยอาจให้ร่วมกับยาอื่นได้ นอกจากนี้ยังใช้รักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (rheumatoid arthritis) ในผู้ที่ไม่สามารถใช้ยาอื่นได้

ก่อนการใช้ยา

การแพ้ยา

โปรดแจ้งบุคลากรทางการแพทย์หากท่านเคยมีอาการผิดปกติใดๆหรือมี ประวัติการแพ้ยากลุ่มซัลโฟนาไมด์ (sulfonamides) ซัลฟา (sulfa medicines) , ฟูโรซีไมด์ (furosemide)หรือยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอาไซด์ (thiazides) ,ยาลดน้ำตาลในเลือดชนิดรับประทาน (oral antidiabetics), ยารักษาต้อหินชนิดรับประทาน เช่น อะเซทาโซลาไมด์ (acetazolamide), เมทาโซลาไมด์ (methazolamide) ,ยากลุ่มซาลิซิเลต (salicylates) เช่น แอสไพริน (aspirin) หรือส่วนประกอบใด ๆ ในยานี้ รวมทั้งการมีประวัติเคยแพ้สารอื่น ๆ เช่น อาหาร, สารกันเสีย, สี เป็นต้น

อาหารและเครื่องดื่มที่ต้องระวัง

  • ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือยาที่มีส่วนผสมเซนต์จอห์นเวิร์ธ (St John’s wort) เนื่องจากอาจทำให้ผิวหนังมีความไวต่อแสงมากขึ้น

ตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 1

ABCDX

รายการนี้จัดอยู่ในประเภท 'B' สำหรับสตรีมีครรภ์

จากการศึกษาในสัตว์พบว่ายาไม่มีความเสี่ยงในการทำให้เกิดความผิดปกติของตัวอ่อนในครรภ์ แต่ไม่มีรายงานการศึกษาในมนุษย์ หรือ จากการศึกษาในสัตว์พบว่ายามีความเสี่ยงในการทำให้เกิดความผิดปกติของตัวอ่อนในครรภ์ แต่ไม่พบผลดังกล่าวจากการศึกษาในมนุษย์ ดังนั้น ยาที่จัดอยู่ในประเภทนี้สามารถใช้ในสตรีมีครรภ์ได้ค่อนข้างปลอดภัย

จากรายงานการใช้ยานี้ในหญิงตั้งครรภ์ ไม่พบว่ายาก่อให้เกิดความผิดปกติ หรือปัญหาใดๆ ต่อทารกในครรภ์ นอกจากนี้ยังไม่พบว่ายาทำให้ความผิดปกติต่อตัวอ่อนของหนูทดลองและกระต่ายแม้ว่าจะให้ขนาดเป็น 6 เท่าของมนุษย์
อย่างไรก็ตามควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยานี้และการใช้ยานี้ระหว่างตั้งครรภ์ควรใช้เมื่อมีความจำเป็นเท่านั้นเพราะการศึกษาผลของยาตัวตัวอ่อนของสัตว์ทดลองอาจไม่สามารถทำนายผลที่จะเกิดกับทารกมนุษย์ได้

ตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 2

ABCDX

รายการนี้จัดอยู่ในประเภท 'B' สำหรับสตรีมีครรภ์

จากการศึกษาในสัตว์พบว่ายาไม่มีความเสี่ยงในการทำให้เกิดความผิดปกติของตัวอ่อนในครรภ์ แต่ไม่มีรายงานการศึกษาในมนุษย์ หรือ จากการศึกษาในสัตว์พบว่ายามีความเสี่ยงในการทำให้เกิดความผิดปกติของตัวอ่อนในครรภ์ แต่ไม่พบผลดังกล่าวจากการศึกษาในมนุษย์ ดังนั้น ยาที่จัดอยู่ในประเภทนี้สามารถใช้ในสตรีมีครรภ์ได้ค่อนข้างปลอดภัย

จากรายงานการใช้ยานี้ในหญิงตั้งครรภ์ ไม่พบว่ายาก่อให้เกิดความผิดปกติ หรือปัญหาใดๆ ต่อทารกในครรภ์ นอกจากนี้ยังไม่พบว่ายาทำให้ความผิดปกติต่อตัวอ่อนของหนูทดลองและกระต่ายแม้ว่าจะให้ขนาดเป็น 6 เท่าของมนุษย์
อย่างไรก็ตามควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยานี้และการใช้ยานี้ระหว่างตั้งครรภ์ควรใช้เมื่อมีความจำเป็นเท่านั้นเพราะการศึกษาผลของยาตัวตัวอ่อนของสัตว์ทดลองอาจไม่สามารถทำนายผลที่จะเกิดกับทารกมนุษย์ได้

ตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 3

ABCDX

รายการนี้จัดอยู่ในประเภท 'D' สำหรับสตรีมีครรภ์

ยามีความเสี่ยงในการก่อให้เกิดความผิดปกติต่อทารกในครรภ์ อย่างไรก็ตาม อาจใช้ยานี้ได้ หากพิจารณาแล้วว่าประโยชน์จากการใช้ยามีมากกว่าความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์ ดังนั้นการพิจารณาใช้ยาให้อยู่ในดุลยพินิจของแพทย์

การใช้ยานี้ในช่วงใกล้คลอดอาจทำให้ทารกมีตัวเหลือง ตาเหลือง และเป็นอันตรายได้ อย่างไรก็ตามทารกแรกเกิดอาจมีตัวเหลือง ตาเหลืองจากสภาวะโรคของทารกเองซึ่งพบได้บ่อย โดยไม่เกี่ยวข้องกับยา

หากจำเป็นต้องใช้ยานี้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยานี้และการใช้ยานี้ระหว่างตั้งครรภ์ควรใช้เมื่อมีความจำเป็นเท่านั้น

กำลังให้นมบุตร

ยาซัลฟา (sulfa medicines) สามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมได้ปริมาณเล็กน้อย และพบว่าก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ในทารกที่มีภาวะพร่องเอนไซม์กลูโคส-6-ฟอสเฟตดีไฮโดรจีเนส [glucose-6-phosphate dehydrogenase (G6PD)] ที่ได้รับน้ำนมมารดา อาจจำเป็นจะต้องหยุดให้นมในระหว่างที่ได้รับยานี้

เด็ก

ไม่ควรใช้ยาซัลฟาซาลาซีน (sulfasalazine) ในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี เนื่องจากอาจทำให้เกิดปัญหาต่อสมองได้ อย่างไรก็ตาม พบว่าการใช้ยานี้ในเด็กอายุ 2 ปีขึ้นไปยังไม่ก่อให้เกิดปัญหาใดที่แตกต่างจากการใช้ยาในผู้ป่วยผู้ใหญ่

ผู้สูงอายุ

  • มีการใช้ยาซัลฟาซาลาซีน (sulfasalazine) ในผู้สูงอายุและยังไม่มีรายงานการเกิดอาการไม่พึงประสงค์หรือปัญหาใด ๆ ที่แตกต่าง กับการใช้ยานี้ในวัยอื่นๆ
  • มีรายงานการใช้ยานี้ในผู้ป่วยสูงอายุโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (rheumatoid arthritis) พบว่ายามีค่าครึ่งชีวิต (half-lives) ที่นานขึ้น

ควรใช้ยาด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยสูงอายุ

ยาอื่นที่ใช้อยู่

ถึงแม้ว่ายาบางอย่างไม่ควรใช้ร่วมกัน ในบางกรณีที่จำเป็นอาจใช้ร่วมกันได้ถึงแม้ว่าอันตรกิริยาอาจเกิดขึ้นก็ตาม โดยแพทย์อาจปรับเปลี่ยนขนาดยาหรืออาจมีข้อควรระวังอื่นๆ ที่จำเป็น ท่านต้องแจ้งบุคลากรทางการแพทย์หากท่านกำลังใช้ยาต่อไปนี้ร่วมอยู่ด้วย

  • พาราเซทามอล (paracetamol) ในขนาดยาสูงๆ และใช้เป็นระยะเวลานาน
  • นาลทรีโซน (naltrexone) ในขนาดยาสูงๆ และใช้เป็นระยะเวลานาน
  • กรดวาลโพรอิก (valproic acid) การใช้ร่วมกันอาจเพิ่มอาการไม่พึงประสงค์ต่อตับ
  • เมทีนามีน (methenamine) การใช้ร่วมกันอาจเพิ่มอาการไม่พึงประสงค์ของยากลุ่มซัลโฟนาไมด์ (sulfonamides)
  • ยาลดระดับน้ำตาลในเลือดชนิดรับประทาน (oral antidiabetics) การใช้ยาร่วมกันอาจเพิ่มอาการไม่พึงประสงค์ต่อระบบเลือด และ/หรือ อาการไม่พึงประสงค์ของยาลดระดับน้ำตาลในเลือดชนิดรับประทาน
  • วิตามินเค (vitamin K) การใช้ยาร่วมกันอาจเพิ่มอาการไม่พึงประสงค์ต่อระบบเลือด
  • ยาอื่น ๆ ได้แก่
อะมิโอดาโรน (amiodarone) แนนโดรโลน (nandrolone) ออกซานโดรโลน ( oxandrolone)
ออกซีเมโทโลน (oxymetholone) สตาโนโซลอล (stanozolol) ฮอร์โมนเพศชาย (androgens)
ยาต้านไทรอยด์ (antithyroid agents) คาร์บามาซีพีน (carbamazepine คาร์มัสทีน (carmustine)
คลอโรควิน (chloroquine) แดนโทรลีน (dantrolene) ดาวโนรูบิซิน (daunorubicin)
ไดซัลฟิแรม (disulfiram) ฮอร์โมนเพศหญิง (estrogens) เกลือทอง (gold salts)
เมอร์แคปโทเพียวรีน (mercaptopurine) ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน (oral contraceptive) อะซีโทเฟนาซีน (acetophenazine)
คลอร์โพรมาซีน (chlorpromazine) ฟลูเฟนาซีน (fluphenazine) เมโซริดาซีน (mesoridazine)
เพอร์เฟนาซีน (perphenazine) โพรคลอร์เพอราซีน (prochlorperazine) โพรมาซีน (promazine)
โพรเมทาซีน (promethazine) ไทออริดาซีน (thioridazine) ไทรฟลูออโรเพอราซีน (trifluoroperazine)
ไทรฟลูโพรมาซีน (triflupromazine) ไทรเมพราซีน (trimepazine) พลิคามัยซิน (plicamycin)
กรดอะซีโทไฮดรอกซามิค (acetohydroxamic acid) ฟิวราโซลิโดน (furazolidone) ไนโทรฟิวแรนทอยน์ (nitrofurantoin)
ไพรมาควิน (primaquine) โพรเคนาไมด์ (procainamide) ควินิดีน (quinidine)
ควินีน (quinine) ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (anticoagulants) ไฮดรอกซีคลอโรควิน (hydroxychloroquine)
แดพโซน (dapsone) เมทโทเทรกเซต (methotrexate) เฟนิทอยน์ (phenytoin)
กรดอะมิโนเบนโซอิก (aminobenzoic acid) เบนโซเคน (benzocaine) คลอโรโพรเคน (chloroprocaine)
ไซโคลสพอริน (cyclosporine) ดิจอกซิน (digoxin) ไกลมีพิไรด์ (glimepiride)
ไกลบิวไรด์ (glyburide) แอล-เมทิลโฟเลท (L-methylfolate) โพรเคน (procaine)
เมทิลโดพา (methyldopa)

ภาวะโรคร่วม

ปัญหาความเจ็บป่วยอื่นที่ท่านเป็นอยู่อาจส่งผลต่อการใช้ยาซัลฟาซาลาซีน (sulfasalazine) ท่านควรแจ้งแพทย์หากท่านมีภาวะเหล่านี้ร่วมด้วย เช่น

  • โรคหอบหืด (bronchial asthma) ——อาจทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดปฏิกิริยาการแพ้ยาซัลฟาซาลาซีน (sulfasalazine)
  • เลือดจาง หรือโรคอื่นทางระบบเลือด
  • ภาวะพร่องเอนไซม์กลูโคส-6-ฟอสเฟตดีไฮโดรจีเนส [glucose-6-phosphate dehydrogenase (G6PD)]
  • ภาวะลำไส้อุดตัน——อาจทำให้ยาไปไม่ถึงตำแหน่งที่ออกฤทธิ์
  • โรคตับหรือโรคไต——อาจเพิ่มอาการไม่พึงประสงค์จากยาได้
  • พอร์ฟีเรีย (porphyria) ซึ่งเป็นโรคพันธุกรรมซึ่งผู้ป่วยขาดเอนไซม์บางชนิดในการสังเคราะห์ฮีม (heme) ส่งผลให้เกิดการคั่งของพอร์เฟอริน จนมีการขับออกมากทางปัสสาวะทำให้ปัสสาวะมีสีม่วงแดง และเกิดอาการต่าง ๆ เช่นปวดท้องและผิวหนังมีความไวต่อแสงผิดปรกติ เป็นต้น
  • ภาวะทางเดินปัสสาวะอุดกั้น——ทำให้ยาไม่อาจถูกกำจัดออกจึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากยา

การใช้ที่ถูกต้อง

  • สามารถรับประทานยาหลังหรือพร้อมอาหาร เพื่อลดอาการไม่พึงประสงค์ต่อทางเดินอาหาร
  • ระหว่างรับประทานยานี้ควรดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อลดอาการไม่พึงประสงค์จากยา เว้นแต่ว่าท่านได้รับคำแนะนำให้จำกัดน้ำ
  • รับประทานยานี้ให้ครบระยะเวลาการรักษา แม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม
  • ยานี้จะใช้ได้ผลดีเมื่อมีระดับยาในเลือดคงที่จึงไม่ควรลืมรับประทานยา และรับประทานยาในเวลาเดียวกันของทุกวัน

สำหรับยารูปแบบเม็ด

  • รับประทานยาโดยกลืนยาทั้งเม็ด ห้ามบดเคี้ยว แล้วดื่มน้ำตามมาก ๆ

ขนาดยา

ขนาดยาของยาซัลฟาซาลาซีน (sulfasalazine) อาจแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย ควรใช้ยาตามใบสั่งยาของแพทย์หรือตามที่เภสัชกรเเนะนำหรือตามที่ฉลากระบุ
จำนวนครั้งของการรับประทานยาในแต่ละวัน, ระยะห่างของการรับประทานยาในแต่ละครั้งและระยะเวลาที่ท่านรับประทานยาขึ้น อยู่กับสภาวะโรคของท่าน

เมื่อลืมใช้ยา

หากท่านลืมรับประทานยาให้รีบรับประทานทันทีที่นึกได้ ถ้าใกล้ถึงมื้อต่อไปให้ข้ามมื้อที่ลืมและรับประทานยาต่อในมื้อถัดไปในขนาดยา ปกติ โดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่า

การเก็บรักษา

  • เก็บในภาชนะปิดสนิทให้พ้นมือเด็ก
  • เก็บให้ห่างจากความร้อนและหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรง
  • ห้ามเก็บยาไว้ในห้องน้ำ ใกล้อ่างล้างมือหรือที่ชื้น เนื่องจากความร้อนหรือความชื้นอาจเป็นสาเหตุให้ยาเสื่อมคุณภาพ
  • ทิ้งยาเมื่อยาหมดอายุ

ข้อควรระวัง

ควรไปพบแพทย์ตามนัด การใช้ยานี้เป็นระยะเวลานานอาจมีผลไม่พึงประสงค์ต่อระบบเลือด
หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 เดือน หรืออาการยิ่งแย่ลงกว่าเดิม ควรกลับไปพบแพทย์

  • ก่อนใช้ยาซัลฟาซาลาซีน (sulfasalazine) ควรแน่ใจก่อนว่าผู้ป่วยไม่เคยมีประวัติแพ้ยาอื่นในกลุ่มซัลโฟนาไมด์ (sulfonamides) หรือซัลฟา (sulfas) และควรสังเกตอาการแพ้ยาอย่างใกล้ชิดถ้าผู้ป่วยที่มีประวัติแพ้ยาดังกล่าวและได้รับยาซัลฟาซาลาซีน เพราะมีโอกาสเกิดการแพ้ข้ามกันได้
  • การใช้ยานี้อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาการแพ้รุนแรง เช่น การตายแยกสลายของหนังกำพร้า (epidermal necrolysis), ผิวหนังอักเสบหลุดลอกเป็นแผ่น (exfoliative dermatis), กลุ่มอาการสตีเวนส์จอห์นสัน (Stevens-Johnson syndrome), การแพ้ที่เหมือนกับการแพ้เซรุ่ม (serum sickness), กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจากการแพ้ (allergic myocarditis) ซึ่งเกิดได้ทั้งการใช้ยาซัลโฟนาไมด์ (sulfonamides) เดี่ยว ๆ หรือยาสูตรผสมของซัลโฟนาไมด์ร่วมกับไทรเมโทพริม

นอกจากนี้อาจเกิดผื่นชนิดรุนแรงเล็กน้อยถึงปานกลาง ซึ่งอาจเกิดขึ้นหลังจากเริ่มใช้ยาไปแล้ว 7-14 วัน เช่น ผื่นแดง (erythematous), ผื่นนูนปนกับผื่นราบ (maculopapular), ผื่นคล้ายหัด (morbilliform) และ/หรือผื่นคัน (pruritic)

  • การใช้ยานี้เป็นระยะเวลานานอาจทำให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ต่อระบบเลือด ซึ่งอาจส่งผลให้ติดเชื้อโรคบางชนิดได้ง่าย แผลหายช้า มีเลือดออกได้ง่าย ควรระมัดระวังการใช้ไหมขัดฟัน หรือไม้จิ้มฟัน และแจ้งทันตแพทย์ทุกครั้งว่าใช้ยานี้อยู่
  • การใช้ยานี้อาจทำให้ผิวหนังไวต่อแสงมากขึ้น ซึ่งแสดงออกโดยผิวหนังแดงและอักเสบได้ง่ายเมื่อสัมผัสแสงแดด จึงควรหลีกเลี่ยงแสงแดด หรือสวมเสื้อผ้าที่ป้องกันแสงแดด แว่นตากันแดด ใช้ครีมกันแดด ที่มีค่าเอสพีเอฟ (SPF) 15 ขึ้นไป ควรรีบพบแพทย์ถ้ามีอาการรุนแรงขึ้น
  • ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อป้องกันการเกิดผลึกของยาในปัสสาวะ (crystalluria) และการเกิดนิ่ว (stone formation)
  • ยานี้อาจทำให้ปัสสาวะ อุจจาระ หรือเหงื่อมีสีส้ม-แดง

อาการไม่พึงประสงค์

ยาอาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์บางอย่างที่ไม่ต้องการ ซึ่งอาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดกับผู้ใช้ยาทุกราย แต่หากเกิดอาการไม่พึงประสงค์ขึ้นควรได้รับการรักษาที่เหมาะสม

ก .พบแพทย์ทันทีหากมีอาการต่อไปนี้
พบบ่อย

  • ปวดข้อ , ไข้, ปวดศีรษะ, ผื่นผิวหนัง คัน, อาเจียน

พบน้อยหรือน้อยมาก
  • ปวดข้อและกล้ามเนื้อ, อุจจาระเป็นเลือด, เจ็บหน้าอก, ไอ, หายใจลำบาก, กลืนลำบาก, เจ็บคอ, เบื่ออาหาร, ผิวซีด, ผิวหนังหลุดลอก, เลือดออกผิดปกติหรือมีจ้ำเลือด, อ่อนเพลีย, ตัวเหลือง ตาเหลือง

ข. พบแพทย์โดยเร็ว หากมีอาการต่อไปนี้
พบบ่อย

  • ผิวหนังไวต่อแสงมากขึ้น

ค. อาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา อาการไม่พึงประสงค์เหล่านี้จะหายไปในระหว่างการรักษาหรือหยุดยาไปแล้วเนื่อง จากร่างกายจะปรับตัว เข้ากับยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรถ้าอาการไม่พึงประสงค์เหล่านี้เกิดขึ้นติดต่อกันนาน หรือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของท่าน
พบบ่อย

  • ปวดท้อง, ท้องร่วง, เบื่ออาหาร, คลื่นไส้

ยานี้อาจทำให้ปัสสาวะ อุจจาระ หรือเหงื่อมีสีส้ม เป็นอาการไม่พึงประสงค์ของยา ไม่จำเป็นต้องใช้ยาใดๆรักษา

ง. อาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้อาจเกิดขึ้นในผู้ป่วยบางราย หากท่านสังเกตเห็นอาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

กลุ่มยา

ยานี้จัดอยู่ในกลุ่มยาต่อไปนี้

ยาที่เกี่ยวข้อง

ยานี้เกี่ยวข้องกับยาต่อไปนี้

Silver sulfadiazine (Topical) , Sulfacetamide (Ophthalmic) , Sulfadiazine, Sulfadimidine (Sulphadimidine), Sulfadimidine, Sulfadiazine, and Sulfamerazine , Sulfadoxine and Pyrimethamine , Sulfisoxazole and Phenazopyridine , Tetracycline, Sulfamethizole, and Phenazopyridine

ชื่อทางการค้า

ยานี้มีชื่อทางการค้าต่อไปนี้

Saridine compressed tablet, Saridine-E enteric film coated tablet, Salazine enteric film coated tablet (ซาลาซีน ชนิดเม็ดเคลือบฟิล์ม ), Salazopyrin (en-tabs) enteric film coated tablet

ข้อมูลนี้ไม่สมบูรณ์ ยานี้อาจจะยังมีชื่อทางการค้าอื่นที่ไม่ได้แสดงในนี้ หรือชื่อทางการค้าที่แสดงในนี้อาจจะไม่อนุญาตให้จำหน่ายแล้ว

แหล่งอ้างอิง

  1. กองควบคุมยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข. สืบค้นทะเบียนยาสามัญสำหรับยาเดี่ยว.sulfadiazine . Available at: http://wwwapp1.fda.moph.go.th/ed2547/?url=14 Access Date: May 24, 2010.
  2. McEvoy GK, Snow EK, Miller J et al. AHFS Drug information 2009. the American Society of Health-System Pharmacists,Inc.Bestheda. 2009. p431-442
  3. Micromedex Thomson Healthcare. Advice for the Patient Drug Information in Lay Language USP DI, volume ll. 25th ed. Massachusetts: Micromedex Thomson Healthcare, 2005: p 1512-1514.
  4. The Merck Manuals Online medical Library The Merck Manual for Healthcare Professionals: Sulfasalazine Drug Information Provided by Lexi-Comp. Available at: http://www.merck.com/mmpe/lexicomp/sulfasalazine.html#N1AE4FF Access Date: May 24, 2010.

ไตรรัตน์ แก้วเรือง
โพยม วงศ์ภูวรักษ์
28 พฤษภาคม 2553 17 ตุลาคม 2553
เพื่อนแนะนำ : เงินด่วน 30 นาทีถูกกฎหมาย, เราชนะรอบ 4, ยืมเงิน 3000 ด่วน, แอพผ่อนของ, กู้เงิน, สมัครบัตรเครดิต, สินเชื่อไม่เช็ค บูโรถูกกฎหมาย