อ่าน: 161
Dexamethasone and Tobramycin (Ophthalmic) (ยาสูตรผสมเดกซาเมทาโซนและ โทบรามัยซิน ชนิดใช้กับดวงตา)
ยาสูตรผสมเดกซาเมทาโซน และโทบรามัยซิน ชนิดใช้กับดวงตา (dexamethasone and tobramycin ophthalmic preparations) ประกอบด้วยตัวยาสำคัญ คือ
- เดกซาเมทาโซน (dexamethasone) เป็นยาในกลุ่มคอร์ติโคสเตอรอยด์ (corticosteroids) หรืออาจเรียกสั้น ๆ ว่า สเตอรอยด์ หรือ สเตียรอยด์ เดกซาเมทาโซนมีฤทธิ์ลดอาการอักเสบและการแพ้ เช่น อาการระคายเคือง บวม แดง คัน
- โทบรามัยซิน (tobramycin) เป็นยาปฏิชีวนะกลุ่มอะมิโนไกลโคไซด์ (aminoglycosides) ใช้สำหรับรักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรีย ออกฤทธิ์โดยยับยั้งการสร้างโปรตีนของแบคทีเรีย
ยาสูตรผสมเดกซาเมทาโซนและโทบรามัยซิน ชนิดใช้กับดวงตาใช้รักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียของดวงตาที่มีการอักเสบชนิดรุนแรงฉับพลันหรือเรื้อรัง ในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ต้องแน่ใจว่าไม่ได้เกิดจากเชื้อรา หรือไวรัส เช่น เยื่อบุตาอักเสบ (conjunctivitis) และแผลที่กระจกตา (corneal ulcers) โดยอาจใช้ร่วมกับยาหยอดตา ยาป้ายตาหรือยารับประทานอื่น ๆได้
ยาที่มีจำหน่ายได้แก่
- ยาสูตรผสมเดกซาเมทาโซน และโทบรามัยซิน ชนิดแขวนตะกอนสำหรับหยอดตา (dexamethasone and tobramycin ophthalmic suspension)
- ยาสูตรผสมเดกซาเมทาโซน และโทบรามัยซิน ชนิดขี้ผึ้งป้ายตา (dexamethasone and tobramycin ophthalmic ointment)
โปรดแจ้งบุคลากรทางการแพทย์หากท่านเคยมีอาการผิดปกติใดๆหรือมีประวัติการแพ้ยาเดกซาเมทาโซน (dexamethasone) หรือยาในกลุ่มคอร์ติโคสเตอรอยด์ (corticosteroids) หรือ ยาโทบรามัยซิน (tobramycin) หรือยาในกลุ่มอะมิโนไกลโคไซด์ (aminoglycosides) ตัวอื่น หรือส่วนประกอบใด ๆ ในยานี้ รวมทั้งการมีประวัติเคยแพ้สารอื่น ๆ เช่น อาหาร, สารกันเสีย, สี เป็นต้น
ท่านสามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติเว้นแต่ว่าแพทย์ได้แจ้งท่านเป็นอย่างอื่น
ABCDX
รายการนี้จัดอยู่ในประเภท 'C' สำหรับสตรีมีครรภ์
จากการศึกษาในสัตว์พบว่ายาทำให้เกิดความผิดปกติต่อตัวอ่อนในครรภ์ แต่ไม่มีรายงานการศึกษาที่ควบคุมอย่างดีในมนุษย์ หรือ ไม่มีรายงานการศึกษาในมนุษย์และสัตว์ถึงผลของยาต่อตัวอ่อนหรือทารกในครรภ์ ดังนั้น ควรใช้ยานี้เมื่อมีการประเมินแล้วว่าจะเกิดประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงในการเกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์
ยังไม่มีการศึกษาการใช้ยาสูตรผสมเดกซาเมทาโซน และโทบรามัยซิน ชนิดใช้กับดวงตา (dexamethasone and tobramycin ophthalmic preparations) ในสตรีมีครรภ์ และยังไม่พบรายงานว่าการใช้ยาในสตรีมีครรภ์ก่อให้เกิดความผิดปกติต่อทารกในครรภ์
แต่จากการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่ายาเดกซาเมทาโซน (dexamethasone) ก่อให้เกิดความผิดปกติต่อตัวอ่อน เมื่อทายาลงบนดวงตาของสัตว์ทดลองที่ตั้งท้อง ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรก่อนใช้ยานี้
ไม่มีข้อมูลว่ายาสูตรผสมเดกซาเมทาโซน และโทบรามัยซิน ชนิดใช้กับดวงตา (dexamethasone and tobramycin ophthalmic preparations) ว่าถูกขับออกทางน้ำนมหรือไม่ แต่มียาหลายชนิดที่ถูกขับออกทางน้ำนมได้ ดังนั้นควรแจ้งแพทย์ หรือเภสัชกร หากท่านกำลังให้นมบุตร
ยังไม่มีการพิสูจน์ถึงความปลอดภัย และประสิทธิผลของการใช้ยาสูตรผสมเดกซาเมทาโซน และโทบรามัยซิน ชนิดใช้กับดวงตา (dexamethasone and tobramycin ophthalmic preparations) ในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี
ยังไม่มีรายงานการเกิดผลข้างเคียงหรือปัญหาใด ๆ จากการใช้ยาสูตรผสมเดกซาเมทาโซน และโทบรามัยซิน ชนิดใช้กับดวงตา (dexamethasone and tobramycin ophthalmic preparations) ในผู้ป่วยสูงอายุ ที่แตกต่างจากการใช้ในผู้ป่วยวัยผู้ใหญ่ทั่วไป
ถึงแม้ว่ายาบางอย่างไม่ควรใช้ร่วมกัน ในบางกรณีที่จำเป็นอาจใช้ร่วมกันได้ถึงแม้ว่าอันตรกิริยาอาจเกิดขึ้นก็ตาม โดยแพทย์อาจปรับเปลี่ยนขนาดยาหรืออาจมีข้อควรระวังอื่นๆ ที่จำเป็น โปรดแจ้งบุคลากรทางการแพทย์หากท่านกำลังใช้ยาหยอดหรือป้ายตาบริเวณเดียวกันกับยาสูตรผสมเดกซาเมทาโซน และโทบรามัยซิน ชนิดใช้กับดวงตา (dexamethasone and tobramycin ophthalmic preparations)
ปัญหาความเจ็บป่วยอื่นที่ท่านเป็นอยู่อาจส่งผลต่อการใช้ยาสูตรผสมเดกซาเมทาโซน และโทบรามัยซิน ชนิดใช้กับดวงตา (dexamethasone and tobramycin ophthalmic preparations) ท่านควรแจ้งแพทย์หากท่านมีภาวะเหล่านี้ร่วมด้วย เช่น
- ต้อกระจก
- เบาหวาน
- ต้อหิน
- โรคเริมของกระจกตา
- โรคติดเชื้อไวรัสที่กระจกตา และเยื่อบุลูกตา
- วัณโรคตา
ขั้นตอนการใช้ยาหยอดตา
- ล้างมือให้สะอาดก่อนที่จะใช้ยาหยอดตา
- อ่านวิธีใช้ยาบนฉลากยา ตรวจสอบวันหมดอายุของยาทุกครั้งที่ใช้
- เขย่าขวดยาก่อนใช้ยาหยอดตา
- เปิดเกลียวจุกของขวดยาไว้
- นอน หรือนั่งลงให้ศีรษะเอนไปทางด้านหลัง พร้อมกับมองแหงนตาขึ้น กรณีผู้ป่วยเป็นเด็ก ควรหยอดในท่านอนสะดวกกว่า และไม่ควรหยอดตาในขณะที่เด็กร้องไห้
- ค่อย ๆ ใช้มือข้างหนึ่งดึงหนังตาล่างลงมาให้เป็นกระพุ้ง และเหลือบตาขึ้นข้างบน
- ให้ใช้มืออีกข้างหนึ่งจับขวดยา โดยให้ปลายหลอดอยู่ใกล้ตา แต่อย่าให้สัมผัสกับตาหรือขนตา
- หยดยาตามจำนวนที่แพทย์สั่งลงตรงกระพุ้ง ด้านในของเปลือกตาล่าง
- ใช้นิ้วมือกดตรงหัวตาด้านในเบาๆประมาณ 1-2 นาที เพื่อป้องกันไม่ให้ยาไหลเข้าสู่ท่อนํ้าตา จะได้ไม่รู้สึกขมคอ
- ปิดตาเบา ๆ (อย่าขยี้ตา) ใช้กระดาษทิชชูซับนํ้ายาส่วนเกินออก หลับตาอย่างน้อย 2 นาที
- ถ้าต้องหยอดยาตามากกว่า 1 ชนิด ควรหยอดยาตาแต่ละชนิดห่างกันอย่างน้อย 5 นาที ถ้ามีทั้งยาหยอดตาและยาป้ายตาพร้อม ๆ กัน ควรจะใช้ยาหยอดตาก่อน ทิ้งระยะ 10 นาที แล้วจึงป้ายตา
- หลังจากหยอดยา เรียบร้อยแล้ว ปิดจุกยาให้สนิท ควรเก็บยาไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา
- หลังจากเปิดยาหยอดตาใช้แล้ว ไม่ควรจะใช้ยานั้นเกิน 1 เดือน
ขั้นตอนการใช้ยาป้ายตา
- ล้างมือให้สะอาด
- นอนหรือนั่งแหงนหน้าขึ้น
- ค่อย ๆ ใช้มือข้างหนึ่ง ดึงหนังตาล่างลงมาให้เป็นกระพุ้ง และเหลือบตาขึ้นข้างบน
- ให้ใช้มืออีกข้างหนึ่งจับหลอดขี้ผึ้ง และบีบขี้ผึ้งขนาดยาวประมาณ 1 เซนติเมตร หรือประมาณ ครึ่งนิ้ว ลงในด้านในของเปลือกตาล่าง โดยเริ่มป้ายยาจากหัวตาไปประมาณครึ่งตา ระวังอย่าให้ปลายหลอดยาแตะถูกตาหรือขนตา
- ปล่อยมือจากการดึงหนังตา
- ค่อย ๆ ปิดตา และกลอกลูกตาไปมาทุกทิศทุกทางขณะที่ยังปิดตาอยู่สักครู่หนึ่งประมาณ1-2 วินาที เพื่อให้ยากระจายได้ทั่วตา เมื่อลืมตาขึ้น ตาอาจจะพร่าเล็กน้อย หากมีขี้ผึ้งไหลออกมานอกตาให้เช็ดด้วยกระดาษทิชชู
- ปิดฝาจุกหลอดยาให้สนิท
คำแนะนำอื่น ๆ ในการใช้ยาหยอดตา และยาป้ายตา
- ถ้าต้องใช้ยาขี้ผึ้งป้ายตา 2 ชนิดขึ้นไป ควรรอเวลาในการป้ายยาแต่ละชนิดให้ห่างกันประมาณ 10 นาที ถ้ายาอีกชนิดเป็นยาหยอดตาให้ใช้ยาหยอดตาก่อน และรอประมาณ 10 นาที จึงใช้ยาขี้ผึ้งป้ายตา
- ถ้ามีอาการแพ้ คือ ตาแดง บวม แสบตามาก หรือมีผิวหนังแดงมาก ต้องหยุดยา และพบจักษุแพทย์
- หากมีขี้ตามาก ให้ล้างตาด้วยนํ้ายาล้างตา หรืออาจเช็ดขี้ตาก่อนป้ายตา
ขนาดยาของยาสูตรผสมเดกซาเมทาโซน และโทบรามัยซิน ชนิดใช้กับดวงตา (dexamethasone and tobramycin ophthalmic preparations) อาจแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย ควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร หรือตามที่ฉลากระบุ
ถ้าลืมหยอดตาหรือป้ายตา ให้หยอดตาหรือป้ายตาทันทีที่นึกได้ แต่ถ้าเกือบจะถึงเวลาที่จะหยอดหรือป้ายตาครั้งต่อไป ก็ไม่ต้องหยอดหรือป้ายตาครั้งที่ลืม แต่รอหยอดหรือป้ายยาครั้งต่อไปเลย
- เก็บให้พ้นมือเด็ก
- เก็บให้ห่างจากความร้อนและหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรง
- ห้ามเก็บยาในช่องแช่แข็ง
- ทิ้งยาเมื่อยาหมดอายุ
- ยาหยอดตาหลังจากเปิดฝาแล้วให้เก็บในตู้เย็นช่องธรรมดา และมีอายุ 1 เดือน หากเปิดฝาเกิน 1 เดือนให้ทิ้งยานั้น
หากต้องใช้ยาเกินกว่า 3 สัปดาห์ ท่านควรไปพบจักษุแพทย์ตามนัด เพื่อตรวจดูอาการไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นได้จากการใช้ยา
หากอาการอักเสบ หรือปวดไม่ดีขึ้นภายใน 2 วัน หรือแย่ลง ควรหยุดยาและรีบกลับไปพบแพทย์
หยุดยา และรีบกลับไปพบแพทย์ทันที หากใช้ยาแล้ว มีผื่นผิวหนัง หรือปฏิกิริยาการแพ้เกิดขี้น
- ก่อนใช้ยาที่มีส่วนผสมของโทบรามัยซิน (tobramycin) ควรแน่ใจก่อนว่าผู้ป่วยไม่เคยมีประวัติแพ้ยาอื่นในกลุ่มอะมิโนไกลโคไซด์ (aminoglycosides) และควรสังเกตอาการแพ้ยาอย่างใกล้ชิดถ้าผู้ป่วยเคยมีประวัติแพ้ยาดังกล่าวและได้รับยาโทบรามัยซิน เพราะมีโอกาสเกิดการแพ้ข้ามกันได้
- ยาเดกซาเมทาโซน (dexamethasone) มีผลกดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่ใช้ยาติดต่อกันเป็นระยะเวลานานอาจทำให้ติดเชื้อต่าง ๆ และเกิดโรคของดวงตาได้ง่าย ยกตัวอย่างเช่น โรคติดเชื้อไวรัสหรือเชื้อราที่ดวงตา เป็นต้น
- ไม่ควรใช้ยาที่มีส่วนผสมของเดกซาเมทาโซนชนิดใช้กับดวงตา (ophthalmic dexamethasone) ในโรคตาแดงโดยไม่ได้รับการตรวจจากแพทย์ เพราะการใช้ยาไม่ถูกต้องอาจทำให้ตาบอดได้
- การใช้ยาที่มีส่วนผสมของเดกซาเมทาโซนชนิดใช้กับดวงตา (ophthalmic dexamethasone) ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้ ความดันในลูกตาเพิ่มขึ้น, ต้อหิน, ต้อกระจก, โรคที่เกิดจากกระจกตาดำและผนังตาบางลง
- ยานี้อาจทำให้เกิดความผิดปกติต่อประสาทหู ทำให้หูหนวก หูตึงได้
- สำหรับผู้ป่วยที่ใส่เลนส์สัมผัส ให้ถอดเลนส์สัมผัสก่อนหยอดตาเพื่อหลีกเลี่ยงการดูดซับของยาของเลนส์สัมผัส ซึ่งอาจทำให้เลนส์สัมผัสเสียได้
- ห้ามใช้ยาหยอดตาหรือยาขี้ผึ้งป้ายตาร่วมกับผู้อื่น เพราะจะติดโรคกันได้
- ถ้ายาหยอดตาเปลี่ยนสี ห้ามใช้ต่อไปอีก
- การใช้ยาเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดการดื้อยาและการเจริญมากไปของเชื้อที่ดื้อยาได้ ทำให้เกิดการติดเชื้อสำทับได้ (superinfection)
- เวลาหยอดตา ระวังอย่าให้ปลายหลอดหยดแตะ หรือสัมผัสสิ่งอื่นใด เช่น นิ้วมือ ตา ขนตา หนังตา หรืออื่นๆ เพราะจะทำให้สิ่งสกปรกหรือเชื้อโรคเข้าไปในขวดยาได้ และเมื่อใช้ยาเสร็จแล้วควรปิดฝาทันที
ยาอาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์บางอย่างที่ไม่ต้องการ ถึงแม้ว่าอาการไม่พึงประสงค์ต่อไปนี้อาจไม่ได้เกิดขึ้นทั้งหมด แต่หากเกิดอาการไม่พึงประสงค์ขึ้นควรได้รับการรักษาที่เหมาะสม
ก. พบแพทย์ทันทีหากมีอาการต่อไปนี้
พบน้อย
- คัน, ระคายเคืองตา โดยไม่เคยเป็นมาก่อน, ตาหรือเปลือกตาแดง
ข. พบแพทย์โดยเร็วหากมีอาการต่อไปนี้
พบไม่บ่อย น้อยหรือพบน้อย
- การมองเห็นลดลง
- ติดเชื้อที่ดวงตา
- ปวดตา
- ตาพร่า หรือสูญเสียการมองเห็น
- คลื่นไส้ อาเจียน
ค.อาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา อาการไม่พึงประสงค์เหล่านี้จะหายไปในระหว่างการรักษาหรือหยุดยาไปแล้วเนื่องจากร่างกายจะปรับตัว เข้ากับยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรถ้าอาการไม่พึงประสงค์เหล่านี้เกิดขึ้นติดต่อกันนาน หรือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของท่าน
พบไม่บ่อย หรือพบน้อย
- ระคายเคือง แสบตา ตาแดง
- น้ำตาไหลมาก
ง. อาการไม่พึงประสงค์อื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้อาจเกิดขึ้นในผู้ป่วยบางราย หากท่านสังเกตเห็นอาการข้างเคียงอื่นๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
- ห้ามใช้ยาในกรณีที่ตาติดเชื้อไวรัส, เชื้อรา, เชื้อวัณโรค หรือตาอักเสบติดเชื้อที่มีหนองร่วมด้วย
- ห้ามใช้ในกรณีที่เป็นต้อหิน หรือกระจกตาอักเสบที่เกิดจากเชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์ (herpes) เนื่องจากการใช้สเตอรอยด์ในโรคดังกล่าวอาจทำให้เเผลลามกว้างมากขึ้น
ยานี้จัดอยู่ในกลุ่มยาต่อไปนี้
ยานี้เกี่ยวข้องกับยาต่อไปนี้
Betamethasone and Gentamicin (Topical) , Betamethasone and Neomycin (Ophthalmic) , Betamethasone and Neomycin (Otic) , Betamethasone and Neomycin (Topical) , Betamethasone, Gentamicin, Tolnaftate and Clioquinol (Topical), Desoximetasone, Framycetin and Gramicidin (Topical) , Dexamethasone and Gentamicin (Ophthalmic) , Dexamethasone and Gentamicin (Otic) , Dexamethasone and Neomycin (Ophthalmic) , Dexamethasone and Neomycin (Otic) , Dexamethasone and Neomycin (Topical) , Dexamethasone, Framycetin and Gramicidin (Ophthalmic), Dexamethasone, Framycetin and Gramicidin (Otic), Dexamethasone, Neomycin and Polymyxin B (Ophthalmic) , Fludrocortisone, Neomycin, Furaltadone, Polymyxin B, and Lidocaine (Otic), Fluocinolone acetonide and Gentamicin (Topical) , Fluocinolone acetonide and Neomycin (Topical) , Gentamicin (Ophthalmic) , Gentamicin (Otic), Gentamicin (Topical) , Hydrocortisone and Neomycin (Ophthalmic) , Hydrocortisone and Neomycin (Topical) , Neomycin (Oral) , Neomycin and Bacitracin (Topical) , Neomycin, Clioquinol, and Bacitracin (Topical) , Neomycin, Polymyxin B, and Bacitracin (Topical) , Neomycin, Polymyxin B, and Gramicidin (Ophthalmic) , Prednisolone and Gentamicin (Otic) , Prednisolone and Neomycin (Ophthalmic) , Prednisolone and Neomycin (Otic) , Prednisolone and Neomycin (Topical) , Tobramycin (Ophthalmic) , Triamcinolone acetonide, Neomycin, Gramicidin and Nystatin (Topical)
ยานี้มีชื่อทางการค้าต่อไปนี้
Tobradex ophth oint® (โทบราเดกซ์ ขี้ผึ้งป้ายตา), Tobradex ophth susp® (โทบราเดกซ์ ยาหยอดตา), Ocutob - D eye drops
ข้อมูลนี้ไม่สมบูรณ์ ยานี้อาจจะยังมีชื่อทางการค้าอื่นที่ไม่ได้แสดงในนี้ หรือชื่อทางการค้าที่แสดงในนี้อาจจะไม่อนุญาตให้จำหน่ายแล้ว
- กองควบคุมยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข. สืบค้นทะเบียนยาสามัญสำหรับยาเดี่ยว.Dexamethasone. Available at: http://wwwapp1.fda.moph.go.th/ed2547/?url=14 Access Date: Nov 11, 2010.
- สุชาดา ชุติมาวรพันธ์, โพยม วงศ์ภูวรักษ์, อภิฤดี เหมะจุฑา. คู่มือทักษะตามเกณฑ์ความรู้ความสามารถทางวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม (พ.ศ.2550). สภาเภสัชกรรม. หน้า 66-91.
- Dailymed current medication information . Dexamethasone . Available at: http://dailymed.nlm.nih.gov/dailymed/drugInfo.cfm?id=6745 Date: Dec 28, 2010.
- DRUGDEX® System:Klasco RK (Ed): DRUGDEX® System (electronic version). Thomson Micromedex, Greenwood Village, Colorado, USA. Available at: http://www.thomsonhc.com (cited: Dec 28, 2010.).
- McEvoy GK, Snow EK, Miller J et al. AHFS Drug information 2009. the American Society of Health-System Pharmacists,Inc.Bestheda. 2009. p3512.
- MedlinePlus Trusted Health Information for You. Corticosteroids (Ophthalmic) Available at http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/druginfo/drug_Aa.html. Access Date: March 17, 2005.
- Micromedex Thomson Healthcare. Advice for the Patient Drug Information in Lay Language USP DI, volume ll. 25th ed. Massachusetts: Micromedex Thomson Healthcare, 2005: p 856-857.