อ่าน: 84
Asparaginase or L-asparaginase (แอสพาราจิเนส หรือ แอล-แอสพาราจิเนส)
แอสพาราจิเนส (asparaginase) หรือเอนไซม์แอล-แอสพาราจีนเนส ได้จากเชื้อแบคทีเรีย Escherichia coli ยานี้ใช้ร่วมกับยาเคมีบำบัดชนิดอื่นในการรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟบลาสท์แบบเฉียบพลัน (acute lymphoblastic leukemia)หรือที่เรียกย่อว่าเอแอลแอล (ALL)
แอสพาราจิเนส อาจใช้เพื่อรักษาโรคมะเร็งอื่น ๆ ได้อีก ดังนั้นหากมีข้อสงสัยควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกร
โปรดแจ้งบุคลากรทางการแพทย์หากท่านเคยมีอาการผิดปกติใด ๆ หรือมี ประวัติการแพ้ยาแอสพาราจิเนส (asparaginase) หรือ ส่วนประกอบใด ๆ ในยานี้ รวมทั้งการมีประวัติเคยแพ้สารอื่น ๆ เช่น อาหาร, สารกันเสีย, สี เป็นต้น
- ยาแอสพาราจิเนส (asparaginase) มีผลต่อไขกระดูกทำให้มีการสร้างเม็ดเลือดขาวลดลง ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย ควรรับประทานอาหารที่สะอาด และปรุงสุกเเล้วใหม่ ๆ ควรงดรับประทานผักสด หรือผลไม้ที่รับประทานทั้งเปลือก หากต้องการรับประทานควรล้างให้สะอาดและปอกเปลือกก่อนรับประทาน
- หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ระหว่างใช้ยานี้
ABCDX
รายการนี้จัดอยู่ในประเภท 'C' สำหรับสตรีมีครรภ์
จากการศึกษาในสัตว์พบว่ายาทำให้เกิดความผิดปกติต่อตัวอ่อนในครรภ์ แต่ไม่มีรายงานการศึกษาที่ควบคุมอย่างดีในมนุษย์ หรือ ไม่มีรายงานการศึกษาในมนุษย์และสัตว์ถึงผลของยาต่อตัวอ่อนหรือทารกในครรภ์ ดังนั้น ควรใช้ยานี้เมื่อมีการประเมินแล้วว่าจะเกิดประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงในการเกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์
ไม่มีการศึกษายานี้ในสตรีมีครรภ์ แต่จากการศึกษาในหนูทดลองพบว่ายาแอสพาราจิเนส (asparaginase) ทำให้น้ำหนักของตัวอ่อนลดลง และอาจจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติต่อตัวอ่อน หรือทำให้สัตว์ทดลองแท้ง
โปรดแจ้งแพทย์หากกำลังวางแผนจะมีบุตร เนื่องจากยา อาจทำให้ทารกในครรภ์เสียชีวิตหรือเกิดทารกวิรูปได้เมื่อให้ยาในหญิงตั้งครรภ์ สตรีวัยเจริญพันธุ์ควรใช้วิธีคุมกำเนิดระหว่างใช้ยานี้
โปรดแจ้งแพทย์ หากท่านกำลังให้นมบุตร หรือตั้งใจจะให้นมบุตรในระหว่างที่ได้รับยาแอสพาราจิเนส (asparaginase) เนื่องจากอาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรง จึงไม่แนะนำให้ทารกได้รับน้ำนมมารดาระหว่างใช้ยานี้
มีการใช้ยาแอสพาราจิเนส (asparaginase) ในผู้ป่วยเด็กและยังไม่มีรายงานการเกิดอาการไม่พึงประสงค์หรือปัญหาใด ๆ ที่แตกต่าง กับการใช้ยานี้ในวัยอื่น ๆ
ข้อมูลการศึกษาในขณะนี้ ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าการใช้ยานี้ในผู้สูงอายุมีความแตกต่างด้านการตอบสนองต่อยาแตกต่างจากผู้ใหญ่วัยอื่นหรือไม่
โดยทั่วไปแล้วควรใช้ยาแอสพาราจิเนส ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยสูงอายุ เนื่องจากผู้ป่วยสูงอายุมีการทำงานของตับ, ไต หรือ การทำงานของหัวใจที่ลดลง หรือมีภาวะโรคร่วมอื่นๆ ที่อาจเพิ่มอาการไม่พึงประสงค์จากยา
ถึงแม้ว่ายาบางอย่างไม่ควรใช้ร่วมกัน ในบางกรณีที่จำเป็นอาจใช้ร่วมกันได้ถึงแม้ว่าอันตรกิริยาอาจเกิดขึ้นก็ตาม โดยแพทย์อาจปรับเปลี่ยนขนาดยาหรืออาจมีข้อควรระวังอื่นๆ ที่จำเป็น ท่านต้องแจ้งบุคลากรทางการแพทย์หากท่านกำลังใช้ยาต่อไปนี้ร่วมอยู่ด้วย
| โพรเบเนซิด (probenecid) |
ซัลฟินไพราโซน (sulfinpyrazone) |
| เพรดนิโซโลน (prednisolone) |
วินคริสทีน (vincristine) |
| วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ (influenza virus vaccine, live) |
วัคซีนโรคหัด (measles virus vaccine, live) |
| วัคซีนโรคคางทูม (mumps virus vaccine, live) |
วัคซีนโรคโปลิโอ (poliovirus vaccine, live) |
| วัคซีนโรตาไวรัส (rotavirus vaccine, live) |
วัคซีนโรคหัดเยอรมัน (rubella virus vaccine, live) |
| วัคซีนโรคฝีดาษ (smallpox vaccine) |
วัคซีนไทฟอยด์ (typhoid vaccine) |
| วัคซีนโรคอีสุกอีใส (varicella virus vaccine) |
วัคซีนไข้เหลือง (yellow fever vaccine) |
| วัคซีนป้องกันวัณโรค (BCG vaccine) |
อาจมียาอีกหลายชนิดที่ไม่ควรใช้ร่วมกับยาแอสพาราจิเนส (asparaginase) ควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบว่าท่านกำลังใช้ยาใดอยู่ในขณะใช้ยานี้
ปัญหาความเจ็บป่วยอื่นที่ท่านเป็นอยู่อาจส่งผลต่อการใช้ยาแอสพาราจิเนส (asparaginase) ท่านควรแจ้งแพทย์หากท่านมีภาวะเหล่านี้ร่วมด้วย เช่น
- โรคอีสุกอีใส อาจทำให้โรครุนแรงขึ้น
- โรคงูสวัด อาจทำให้โรครุนแรงขึ้น
- โรคที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน
- ภาวะเลือดจาง หรือ
- โรคติดเชื้อต่าง ๆ —-ยาแอสพาราจิเนส (asparaginase) จะลดภูมิคุ้มกันของร่างกาย
- โรคตับหรือไต
- โรคเบาหวาน
- โรคเกาต์ (gout) หรือ
- นิ่ว —- ยาแอสพาราจิเนส (asparaginase) ทำให้กรดยูริกในร่างกายเพิ่มขึ้น อาจทำให้โรคเกาต์กำเริบ หรือเกิดนิ่วได้
- ตับอ่อนอักเสบ
ยามีจำหน่ายในรูปแบบยาฉีด
- ยานี้อาจทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงได้ ต้องใช้ภายใต้การควบคุมของแพทย์เท่านั้น
- ระหว่างได้รับยานี้ ท่านควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรอย่างเคร่งครัด
- สารละลายยาแอสพาราจิเนส (asparaginase) เตรียมโดยเภสัชกร ใช้สำหรับฉีดเข้าหลอดเลือดดำ หรือฉีดกล้ามเนื้อ โดยพยาบาลผู้มีความเชี่ยวชาญในการให้ยาเคมีบำบัด
- การฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาการแพ้ได้ แพทย์อาจให้ท่านทำการทดสอบการแพ้ทางผิวหนัง (skin test) ก่อนรับยา แต่แม้ว่าผลจะออกมาเป็นลบ ก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเมื่อท่านได้รับยาเข้าทางหลอดเลือดดำแล้วจะไม่เกิดปฏิกิริยาการแพ้
- ยาแอสพาราจิเนส (asparaginase) อาจทำให้ท่านมีอาการคลื่นไส้อาเจียน หากทนไม่ได้ ท่านต้องแจ้งแพทย์หรือพยาบาลที่ดูแล
- ควรมาตรวจตามแพทย์นัดเพื่อติดตามผลการรักษาเป็นระยะ และให้ได้รับยาตามแผนการรักษา การได้ยาไม่ครบ หรือระยะเวลาไม่ตรงกำหนด ก่อให้เกิดผลเสียต่อการรักษา ถ้ามีเหตุจำเป็นต้องเลื่อนระยะเวลาการให้ยา ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง
ขนาดยาของยาแอสพาราจิเนส (asparaginase) ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น น้ำหนัก ส่วนสูงของผู้ป่วย ชนิดและระยะของโรคมะเร็งที่ผู้ป่วยเป็น รวมทั้งผลการตอบสนองต่อยาของผู้ป่วยแต่ละราย โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้วิเคราะห์ แนะนำ และกำหนดเวลา และมีเภสัชกรผู้เตรียมยาเคมีบำบัด ตรวจสอบขนาดยาที่ท่านได้รับ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ป่วย นอกจากนี้ความถี่ของการให้ยาแอสพาราจิเนส อาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสูตรยาที่ใช้ และสภาพร่างกายของผู้ป่วย เช่น ทุกสัปดาห์ หรือทุกเดือน บางครั้งอาจต้องหยุดยาชั่วคราว เพื่อให้ร่างกายมีเวลาพัก และซ่อมแซมเซลล์ปกติให้แข็งแรงพอที่จะให้ยาในครั้งต่อไปได้
- มารับยาตามแพทย์นัด เพื่อให้ได้ยาตามแผนการรักษา การได้ยาไม่ครบ หรือระยะเวลาไม่ตรงกำหนด อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อการรักษา ถ้ามีเหตุจำเป็นต้องเลื่อนระยะเวลาการให้ยา ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง
- เก็บยาแอสพาราจิเนส (asparaginase) ในภาชนะบรรจุจากผู้ผลิต ไว้ใที่อุณหภูมิ 2 ถึง 8 องศาเซลเซียส ห้ามแช่แข็ง
ควรติดตามผลการรักษาเป็นระยะ โดยมาตรวจตามแพทย์นัด ให้ยาตามแผนการรักษา การได้ยาไม่ครบ หรือระยะเวลาไม่ตรงกำหนด ก่อให้เกิดผลเสียต่อการรักษา ถ้ามีเหตุจำเป็นต้องเลื่อนระยะเวลาการให้ยา ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง
- งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ขณะใช้ยานี้ เนื่องจากอาจเพิ่มอาการไม่พึงประสงค์ต่อตับ
- ยาแอสพาราจิเนส (asparaginase) มีผลต่อไขกระดูกทำให้มีการสร้างเม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด และเม็ดเลือดแดงลดลง ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย หรือภาวะเลือดออกง่าย
- ควรหลีกเลี่ยงการพบปะกับคนที่เป็นหวัด หัด สุกใส วัณโรค มีไข้ หรือติดเชื้ออื่นๆ หากมีอาการผิดปกติ ได้แก่ ไข้สูง หนาวสั่น ปัสสาวะแสบขัด เจ็บคอ ท้องเสีย เหนื่อยหอบผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ และแจ้งแพทย์ทุกครั้งว่าท่านกำลังรักษาด้วยยาเคมีบำบัดอยู่
- ระหว่างที่ได้รับการรักษาด้วยยาแอสพาราจิเนส ท่านไม่ควรได้รับวัคซีนใด ๆ โดยไม่ได้แจ้งแพทย์ เนื่องจากยาทำให้ภูมิคุ้มกันของท่านลดลง และมีโอกาสติดเชื้อจากวัคซีนที่ท่านได้รับ นอกจากนี้บุคคลที่ท่านอาศัยอยู่ด้วยก็ไม่ควรได้รับวัคซีนโปลิโอ เพราะอาจทำให้ท่านได้รับเชื้อไวรัสโปลิโอได้
- ควรพบแพทย์ทันทีถ้าท่านมีเลือดออกผิดปกติ ปัสสาวะหรืออุจจาระเป็นเลือด ควรระมัดระวังการใช้ไหมขัดฟัน หรือไม้จิ้มฟัน และแจ้งทันตแพทย์ทุกครั้งว่าใช้ยานี้อยู่
- ปฏิกิริยาการแพ้รุนแรงสามารถเกิดขึ้นได้ในผู้ป่วยที่ได้รับยาแอสพาราจิเนส (asparaginase) โดยความเสี่ยงต่อการเกิดการแพ้จะเพิ่มขึ้นในผู้ป่วยที่เคยได้รับยาแอสพาราจิเนสมาก่อน
- ผู้ป่วยที่ได้รับยาแอสพาราจิเนส (asparaginase) อาจภาวะเกิดลิ่มเลือดอุดตันที่รุนแรง (serious thrombotic events) ได้ หากมีอาการปวดน่อง หรือแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก อาจเป็นอาการของการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน ให้รีบพบแพทย์ทันที
- ผู้ป่วยที่ได้รับยาแอสพาราจิเนส (asparaginase) อาจเกิดตับอ่อนอักเสบ ซึ่งเป็นอันตรายรุนแรงถึงชีวิต หากท่านมีอาการปวดท้องรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียนโดยไม่ทราบสาเหตุ ให้รีบแจ้งแพทย์
- ผู้ป่วยที่ได้รับยาแอสพาราจิเนส (asparaginase) อาจมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น จึงควรระมัดระวังการใช้ยาในผู้ป่วยเบาหวาน และควรตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอเมื่อใช้ยานี้
ยาอาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์บางอย่างที่ไม่ต้องการ ซึ่งอาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดกับผู้ใช้ยาทุกราย แต่หากเกิดอาการไม่พึงประสงค์ขึ้นควรได้รับการรักษาที่เหมาะสม
ก. พบแพทย์ทันหากมีอาการต่อไปนี้
พบบ่อย
- ปวดข้อ
- หน้าบวม
- ผื่นผิวหนัง คัน
- ปวดท้องรุนแรง ร่วมกับคลื่นไส้ อาเจียน
- หายใจลำบาก
พบไม่บ่อย
- ปัสสาวะบ่อย
- กระหายน้ำผิดปกติ
- ขา หรือเท้าบวม
พบน้อย
- ไข้ หรือสั่น
- ปวดศีรษะรุนแรง
- เคลื่อนไหว แขนขาไม่ได้
- ปวดน่อง
- เลือดออกผิดปกติ หรือมีจ้ำเลือด
ข. พบแพทย์โดยเร็ว หากมีอาการต่อไปนี้
พบไม่บ่อย
- สับสน
- ง่วงซึม
- ประสาทหลอน
- ซึมเศร้า
- แผลในปาก หรือริมฝีปาก
- เหนื่อยง่ายผิดปกติ
ค. อาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา อาการไม่พึงประสงค์เหล่านี้จะหายไปในระหว่างการรักษาหรือหยุดยาไปแล้วเนื่อง จากร่างกายจะปรับตัวเข้ากับยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรถ้าอาการไม่พึงประสงค์หล่านี้เกิดขึ้นติดต่อกันนาน หรือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของท่าน
พบบ่อย
- ปวดศีรษะ
- เบื่ออาหาร
- คลื่นไส้อาเจียน
- น้ำหนักลด
- ปวดเกร็งท้อง
ง. อาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้อาจเกิดขึ้นในผู้ป่วยบางราย หากท่านสังเกตเห็นอาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
ยานี้จัดอยู่ในกลุ่มยาต่อไปนี้
ยานี้เกี่ยวข้องกับยาต่อไปนี้
Altretamine , Arsenic trioxide , Bleomycin , Dactinomycin or Actinomycin D, Hydroxyurea , Thalidomide , Tretinoin (oral), antineoplastic agent
ยานี้มีชื่อทางการค้าต่อไปนี้
Leunase vial® injection
ข้อมูลนี้ไม่สมบูรณ์ ยานี้อาจจะยังมีชื่อทางการค้าอื่นที่ไม่ได้แสดงในนี้ หรือชื่อทางการค้าที่แสดงในนี้อาจจะไม่อนุญาตให้จำหน่ายแล้ว
- กองควบคุมยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข. สืบค้นทะเบียนยาสามัญสำหรับยาเดี่ยว.Nalidixic acid. Available at: http://wwwapp1.fda.moph.go.th/ed2547/?url=14 Access Date: Oct 10, 2010.
- วิลาวัณย์ พิชัยรัตน์ และ สมสมัย สุธีรศานต์. การดูแลตนเองเมื่อได้รับยาเคมีบำบัด [สำหรับผู้ป่วยเเละครอบครัว] พิมพ์ครั้งที่ 2 . โรงพยาบาลสงขลานครินทร์. 2552 หน้า 5-19
- CPM medica. MIMS Thailand Online. Available at http://www.mims.com. Access Date: Oct 10, 2010.
- Dailymed current medication information . Asparaginase . Available at: http://0-dailymed.nlm.nih.gov.www.elgar.govt.nz/dailymed/about.cfm Date: Oct 10, 2010.
- DRUGDEX® System:Klasco RK (Ed): DRUGDEX® System (electronic version). Thomson Micromedex, Greenwood Village, Colorado, USA. Available at: http://www.thomsonhc.com (cited: 10/10/2010).
- MedlinePlus Trusted Health Information for You. Asparaginase (Systemic) Available at http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/druginfo/drug_Aa.html. Access Date: March 17, 2005.
- The Merck Manuals Online medical Library The Merck Manual for Healthcare Professionals: Asparaginase Drug Information Provided by Lexi-Comp. Available at: http://www.msd-stmaarten.com/mmpe/lexicomp/asparaginase.html Access Date: Oct 10, 2010.