อ่าน: 584
Sulfametrole and Trimethoprim (ยาสูตรผสมระหว่างซัลฟาเมโทรลและไทรเมโทพริม)
ซัลฟาเมโทรลและไทรเมโทพริม (sulfametrole and trimethoprim) เป็นยาสูตรผสมระหว่างยากลุ่มซัลโฟนาไมด์และไทรเมโทพริม (sulfonamides and trimethoprim) ออกฤทธิ์เสริมกันในการยับยั้งการสร้างกรดโฟลิก (folic acid) ของเชื้อแบคทีเรีย ใช้สำหรับรักษาและป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียที่ไวต่อยานี้ เช่น ใช้รักษาโรคติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ และโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ เป็นต้น
- ยาในกลุ่มซัลโฟนาไมด์มีหลายชนิด แต่ละชนิดใช้ในการรักษาการติดเชื้อที่ต่างกัน
- ยาตัวหนึ่ง ๆ ในกลุ่มนี้อาจใช้ทดแทนตัวอื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกันไม่ได้ บางครั้งอาจให้ร่วมกับยาฆ่าเชื้อ (ยาปฏิชีวนะ) ตัวอื่น ๆ
- ยาสูตรผสมระหว่างยากลุ่มซัลโฟนาไมด์และไทรเมโทพริม ไม่ได้ใช้รักษาไข้หวัดหรือการติดเชื้อไวรัสอื่น ๆ
โปรดแจ้งบุคลากรทางการแพทย์หากท่านเคยมีอาการผิดปกติใดๆหรือมี ประวัติการแพ้ยาสูตรผสมระหว่างซัลฟาเมโทรลและไทรเมโทพริม (sulfametrole and trimethoprim) หรือยาในกลุ่มซัลโฟนาไมด์หรือซัลฟา (sulfas)ตัวอื่น หรือส่วนประกอบใด ๆ ในยานี้ รวมทั้งการมีประวัติเคยแพ้สารอื่นๆ เช่น อาหาร, สารกันเสีย, สี เป็นต้น
- ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานวิตามินซี น้ำผลไม้ หรืออาหารที่มีความเป็นกรดในปริมาณมากระหว่างรับประทานยานี้ เพื่อป้องกันการเกิดผลึกในปัสสาวะ (crystalluria)
- ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือยาที่มีส่วนผสมของเซนต์จอห์นเวิร์ธ (St John’s wort) เนื่องจากอาจทำให้ผิวหนังมีความไวต่อแสงมากขึ้น
- จากการศึกษาในหนูทดลองพบว่ายาในกลุ่มซัลโฟนาไมด์บางชนิด ก่อให้เกิดความผิดปกติตัวตัวอ่อนหนูทดลอง เช่น ปากแหว่งเพดานโหว่ และมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับกระดูก
- การศึกษาผลของยาไทรเมโทพริม (trimethoprim) ในกระต่ายพบว่าทำให้เกิดความผิดปกติต่อตัวอ่อนและลดความสามารถในการตั้งครรภ์ได้ ฃ
จึงไม่แนะนำให้ยานี้ในสตรีมีครรภ์
ABCDX
รายการนี้จัดอยู่ในประเภท 'C' สำหรับสตรีมีครรภ์
จากการศึกษาในสัตว์พบว่ายาทำให้เกิดความผิดปกติต่อตัวอ่อนในครรภ์ แต่ไม่มีรายงานการศึกษาที่ควบคุมอย่างดีในมนุษย์ หรือ ไม่มีรายงานการศึกษาในมนุษย์และสัตว์ถึงผลของยาต่อตัวอ่อนหรือทารกในครรภ์ ดังนั้น ควรใช้ยานี้เมื่อมีการประเมินแล้วว่าจะเกิดประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงในการเกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์
ABCDX
รายการนี้จัดอยู่ในประเภท 'C' สำหรับสตรีมีครรภ์
จากการศึกษาในสัตว์พบว่ายาทำให้เกิดความผิดปกติต่อตัวอ่อนในครรภ์ แต่ไม่มีรายงานการศึกษาที่ควบคุมอย่างดีในมนุษย์ หรือ ไม่มีรายงานการศึกษาในมนุษย์และสัตว์ถึงผลของยาต่อตัวอ่อนหรือทารกในครรภ์ ดังนั้น ควรใช้ยานี้เมื่อมีการประเมินแล้วว่าจะเกิดประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงในการเกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์
ABCDX
รายการนี้จัดอยู่ในประเภท 'D' สำหรับสตรีมีครรภ์
ยามีความเสี่ยงในการก่อให้เกิดความผิดปกติต่อทารกในครรภ์ อย่างไรก็ตาม อาจใช้ยานี้ได้ หากพิจารณาแล้วว่าประโยชน์จากการใช้ยามีมากกว่าความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์ ดังนั้นการพิจารณาใช้ยาให้อยู่ในดุลยพินิจของแพทย์
การใช้ยานี้ในช่วงใกล้คลอดอาจทำให้ทารกมีตัวเหลือง ตาเหลือง และเป็นอันตรายได้ อย่างไรก็ตามทารกแรกเกิดอาจมีตัวเหลือง ตาเหลืองจากสภาวะโรคของทารกเองซึ่งพบได้บ่อย โดยไม่เกี่ยวข้องกับยา
หากจำเป็นต้องใช้ยานี้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยานี้และการใช้ยานี้ระหว่างตั้งครรภ์ควรใช้เมื่อมีความจำเป็นเท่านั้น
ยาสูตรผสมระหว่างซัลฟาเมโทรลและไทรเมโทพริม (sulfametrole and trimethoprim) สามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมได้
ไม่แนะนำให้ใช้ยานี้ระหว่างให้นมบุตร อาจเกิดอาการไม่พึงประสงค์ต่อตับ เกิดภาวะเลือดจาง ในทารกที่ได้รับน้ำนม โดยเฉพาะทารกที่มีภาวะพร่องเอนไซม์กลูโคส-6-ฟอสเฟตดีไฮโดรจีเนส [glucose-6-phosphate dehydrogenase (G6PD)]
ไม่ควรใช้ยาสูตรผสมระหว่างซัลฟาเมโทรลและไทรเมโทพริม (sulfametrole and trimethoprim) ในเด็กอายุต่ำกว่า 2 เดือน
เว้นแต่แพทย์สั่ง
ผู้ป่วยสูงอายุมักไวต่อยาสูตรผสมระหว่างยากลุ่มซัลโฟนาไมด์และไทรเมโทพริม (sulfonamides and trimethoprim) มักจะมีอาการไม่พึงประสงค์ทางผิวหนังที่รุนแรง หรืออาการไม่พึงประสงค์ทางระบบเลือด
ถึงแม้ว่ายาบางอย่างไม่ควรใช้ร่วมกัน ในบางกรณีที่จำเป็นอาจใช้ร่วมกันได้ถึงแม้ว่าอันตรกิริยาอาจเกิดขึ้นก็ตาม โดยแพทย์อาจปรับเปลี่ยนขนาดยาหรืออาจมีข้อควรระวังอื่นๆ ที่จำเป็น ท่านต้องแจ้งบุคลากรทางการแพทย์หากท่านกำลังใช้ยาต่อไปนี้ร่วมอยู่ด้วย
- พาราเซทามอล (paracetamol) ในขนาดยาสูง ๆ และใช้เป็นระยะเวลานาน
- นาลทรีโซน (naltrexone) ในขนาดยาสูง ๆ และใช้เป็นระยะเวลานาน
- กรดวาลโพรอิก (valproic acid) การใช้ร่วมกันอาจเพิ่มอาการไม่พึงประสงค์ต่อตับ
- ซัลฟอกโซน (sulfoxone) การใช้ร่วมกันอาจเพิ่มอาการไม่พึงประสงค์ต่อระบบเลือด
- ยาลดระดับน้ำตาลในเลือดชนิดรับประทาน (oral antidiabetics) การใช้ยาร่วมกันอาจเพิ่มอาการไม่พึงประสงค์ต่อระบบเลือด และ/หรือ อาการไม่พึงประสงค์ของยาลดระดับน้ำตาลในเลือดชนิดรับประทาน
- มีเทนามีน (methenamine) การใช้ร่วมกันอาจเพิ่มอาการไม่พึงประสงค์ของยากลุ่มซัลโฟนาไมด์ (sulfonamides)
- เมทิลโดพา (methyldopa) การใช้ร่วมกันอาจเพิ่มอาการไม่พึงประสงค์ต่อระบบเลือดและตับ
- ยาอื่น ๆ ได้แก่
| อะมิโอดาโรน (amiodarone) |
แนนโดรโลน (nandrolone) |
ออกซานโดรโลน ( oxandrolone) |
| ออกซีเมโทโลน (oxymetholone) |
สตาโนโซลอล (stanozolol) |
ฮอร์โมนเพศชาย (androgens) |
| ยาต้านไทรอยด์ (antithyroid agents) |
คาร์บามาซีพีน (carbamazepine |
คาร์มัสทีน (carmustine) |
| คลอโรควิน (chloroquine) |
แดนโทรลีน (dantrolene) |
ดาวโนรูบิซิน (daunorubicin) |
| ไดซัลฟิแรม (disulfiram) |
ฮอร์โมนเพศหญิง (estrogens) |
เกลือทอง (gold salts) |
| เมอร์แคปโทเพียวรีน (mercaptopurine) |
ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน (oral contraceptive) |
อะซีโทเฟนาซีน (acetophenazine) |
| คลอร์โพรมาซีน (chlorpromazine) |
ฟลูเฟนาซีน (fluphenazine) |
เมโซริดาซีน (mesoridazine) |
| เพอร์เฟนาซีน (perphenazine) |
โพรคลอร์เพอราซีน (prochlorperazine) |
โพรมาซีน (promazine) |
| โพรเมทาซีน (promethazine) |
ไทออริดาซีน (thioridazine) |
ไทรฟลูออโรเพอราซีน (trifluoroperazine) |
| ไทรฟลูโพรมาซีน (triflupromazine) |
ไทรเมพราซีน (trimepazine) |
พลิคามัยซิน (plicamycin) |
| กรดอะซีโทไฮดรอกซามิค (acetohydroxamic acid) |
ฟิวราโซลิโดน (furazolidone) |
ไนโทรฟิวแรนทอยน์ (nitrofurantoin) |
| ไพรมาควิน (primaquine) |
โพรเคนาไมด์ (procainamide) |
ควินิดีน (quinidine) |
| ควินีน (quinine) |
ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (anticoagulants) |
ดิจอกซิน (digoxin) |
| เมโทเทรกเซต (methotrexate) |
ปัญหาความเจ็บป่วยอื่นที่ท่านเป็นอยู่อาจส่งผลต่อการใช้ยาสูตรผสมระหว่างยากลุ่มซัลโฟนาไมด์และไทรเมโทพริม (sulfonamides and trimethoprim) ท่านควรแจ้งแพทย์หากท่านมีภาวะเหล่านี้ร่วมด้วย เช่น
- เลือดจาง หรือโรคอื่นทางระบบเลือด
- ภาวะพร่องเอนไซม์กลูโคส-6-ฟอสเฟตดีไฮโดรจีเนส [glucose-6-phosphate dehydrogenase (G6PD)]
- โรคตับหรือโรคไต
- พอร์ฟีเรีย (Porphyria) ซึ่งเป็นโรคพันธุกรรมซึ่งผู้ป่วยขาดเอนไซม์บางชนิดในการสังเคราะห์ฮีม (heme) ส่งผลให้เกิดการคั่งของพอร์เฟอริน จนมีการขับออกมากทางปัสสาวะทำให้ปัสสาวะมีสีม่วงแดง และเกิดอาการต่าง ๆ เช่นปวดท้องและผิวหนังมีความไวต่อแสงผิดปรกติ เป็นต้น
- ควรรับประทานยาในขณะท้องว่าง (ก่อนอาหาร 1 ชั่วโมงหรือหลังอาหาร 2 ชั่วโมง)
- ระหว่างรับประทานยานี้ควรดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อลดอาการไม่พึงประสงค์จากยา เว้นแต่ว่าท่านได้รับคำแนะนำให้จำกัดน้ำ
- ยานี้จะใช้ได้ผลดีเมื่อมีระดับยาในเลือดคงที่จึงไม่ควรลืมรับประทานยา และรับประทานยาในเวลาเดียวกันของทุกวัน
- รับประทานยานี้ติดต่อกันทุกวันจนยาหมด แม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม
ยาเม็ด
- กลืนยาทั้งเม็ด เเล้วดื่มน้ำตามมาก ๆ
ขนาดยาของยาสูตรผสมระหว่างซัลฟาเมโทรลและไทรเมโทพริม (sulfametrole and trimethoprim) อาจแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย ควรใช้ยาตามคำแนะนำของ แพทย์หรือเภสัชกรหรือตามที่ฉลากระบุ จำนวนครั้งของการรับประทานยาในแต่ละวัน, ระยะห่างของการรับประทานยาในแต่ละครั้งและระยะเวลาที่ท่านรับประทานยาขึ้น อยู่กับสภาวะโรคของท่าน
หากท่านลืมรับประทานยาให้รีบรับประทานทันทีที่นึกได้ ถ้าใกล้ถึงมื้อต่อไปให้ข้ามมื้อที่ลืมและรับประทานยาต่อในมื้อถัดไปในขนาดยา ปกติ โดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่า
- เก็บในภาชนะปิดสนิทให้พ้นมือเด็ก
- เก็บให้ห่างจากความร้อนและหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรง
- ห้ามเก็บยาไว้ในห้องน้ำ ใกล้อ่างล้างมือหรือที่ชื้น เนื่องจากความร้อนหรือความชื้นอาจเป็นสาเหตุให้ยาเสื่อมคุณภาพ
- ทิ้งยาเมื่อยาหมดอายุ
ควรไปพบแพทย์ตามนัด การใช้ยานี้เป็นระยะเวลานานอาจมีผลไม่พึงประสงค์ต่อระบบเลือด
หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน หรืออาการยิ่งแย่ลงกว่าเดิม ควรกลับไปพบแพทย์
- ก่อนใช้ยาสูตรผสมระหว่างซัลฟาเมโทรลและไทรเมโทพริม (sulfametrole and trimethoprim)) ควรแน่ใจก่อนว่าไม่เคยมีประวัติแพ้ยาอื่นในกลุ่มซัลโฟนาไมด์ (sulfonamides) และควรสังเกตอาการแพ้ยาอย่างใกล้ชิดถ้าผู้ป่วยที่มีประวัติแพ้ยาดังกล่าวที่ได้รับยาสูตรผสมระหว่างซัลฟาเมโทรลและไทรเมโทพริม เพราะมีโอกาสเกิดการแพ้ข้ามกันได้
- การใช้ยาสูตรผสมระหว่างซัลฟาเมโทรลและไทรเมโทพริม (sulfametrole and trimethoprim) อาจทำให้เกิดลำไส้ใหญ่อักเสบเหตุจากยาต้านจุลชีพ (pseudomembranous colitis) ควรพบแพทย์ทันทีหากมีอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำหรือท้องร่วงรุนแรงซึ่งอาจมีเลือดปนโดยมีหรือไม่มีอาการปวดเกร็งหน้าท้องและไข้ก็ได้ และห้ามใช้ยารักษาอาการท้องร่วง โดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน เพราะการใช้ยาแก้ท้องร่วงอาจทำให้อาการท้องร่วงยิ่งรุนแรงขึ้น
หมายเหตุ อาการ ปวดเกร็งหน้าท้องและถ่ายเหลวเป็นน้ำหรือท้องร่วงรุนแรงซึ่งอาจมีเลือดปน อาจเกิดขึ้นได้หลังจากที่หยุดใช้ยานี้แล้วเป็นเวลาหลายสัปดาห์
- การใช้ยานี้อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาการแพ้รุนแรง เช่น การตายแยกสลายของหนังกำพร้า (epidermal necrolysis), ผิวหนังอักเสบหลุดลอกเป็นแผ่น (exfoliative dermatis), กลุ่มอาการสตีเวนส์จอห์นสัน (Stevens-Johnson syndrome), การแพ้เหมือนการแพ้เซรุ่ม (serum sickness), กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจากการแพ้ (allergic myocarditis) ซึ่งเกิดได้ทั้งการใช้ยาซัลโฟนาไมด์ (sulfonamides) เดี่ยว ๆ หรือยาสูตรผสมของซัลโฟนาไมด์ร่วมกับไทรเมโทพริม
นอกจากนี้อาจเกิดผื่นชนิดรุนแรงเล็กน้อยถึงปานกลาง ซึ่งอาจเกิดขึ้นหลังจากเริ่มใช้ยาไปแล้ว 7-14 วัน เช่น ผื่นแดง (erythematous), ผื่นนูนปนกับผื่นราบ (maculopapular), ผื่นคล้ายหัด (morbilliform) และ/หรือผื่นคัน (pruritic)
- การใช้ยานี้เป็นระยะเวลานานอาจทำให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ต่อระบบเลือด ซึ่งอาจส่งผลให้ติดเชื้อโรคบางชนิดได้ง่าย แผลหายช้า มีเลือดออกได้ง่าย ควรระมัดระวังการใช้ไหมขัดฟัน หรือไม้จิ้มฟัน และแจ้งทันตแพทย์ทุกครั้งว่าใช้ยานี้อยู่
- การใช้ยานี้อาจทำให้ผิวหนังไวต่อแสงมากขึ้น ซึ่งแสดงออกโดยผิวหนังแดงและอักเสบได้ง่ายเมื่อถูกแสงแดด ผู้ป่วยที่ต้องสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด หรือสวมเสื้อผ้าที่ป้องกันแสงแดด แว่นตากันแดด ใช้ครีมกันแดด ที่มีค่าเอสพีเอฟ (SPF) 15 ขึ้นไป ควรรีบพบแพทย์ถ้ามีอาการรุนแรงขึ้น
- ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อป้องกันการเกิดผลึกของยาในปัสสาวะ (crystalluria) และการเกิดนิ่ว (stone formation)
ยาอาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์บางอย่างที่ไม่ต้องการ ซึ่งอาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดกับผู้ใช้ยาทุกราย แต่หากเกิดอาการไม่พึงประสงค์ขึ้นควรได้รับการรักษาที่เหมาะสม
ก.พบแพทย์ทันหากมีอาการต่อไปนี้
พบบ่อย
พบน้อย
- ปวดข้อหรือกล้ามเนื้อ, กลืนลำบาก, ซีด, ผิวหนังลอก, เจ็บคอหรือมีไข้, มีเลือดออกง่ายหรือจ้ำเลือด, เพลียเหนื่อยง่าย, ตัวเหลืองตาเหลือง
พบน้อยมาก
- ปวดเกร็งหน้าท้อง, ท้องร่วงอย่างรุนแรง อาจมีเลือดปน, ปัสสาวะเป็นเลือด,หายใจลำบาก, ปัสสาวะมากขึ้นหรือลดลง, เห็นภาพหลอน, ปวดศีรษะ, กระหายน้ำ, ปวดบั้นเอว
หมายเหตุ อาการปวดเกร็งหน้าท้องหรือท้องเสียรุนแรงซึ่งอาจมีเลือดปน อาจเกิดขึ้นได้หลังจากที่หยุดใช้ยานี้แล้วเป็นเวลาหลายสัปดาห์
ข.อาการไม่พึงประสงค์อื่นๆ อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา อาการไม่พึงประสงค์เหล่านี้จะหายไปในระหว่างการรักษาหรือหยุดยาไปแล้วเนื่องจากร่างกายจะปรับตัว เข้ากับยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรถ้าอาการไม่พึงประสงค์เหล่านี้เกิดขึ้นติดต่อกันนาน หรือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของท่าน
พบบ่อย
- ท้องร่วงไม่รุนแรง, ปวดศีรษะ, เบื่ออาหาร, เจ็บปากหรือลิ้น ,คลื่นไส้อาเจียน, ผิวหนังไวต่อแสง
ค. อาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้อาจเกิดขึ้นในผู้ป่วยบางราย หากท่านสังเกตเห็นอาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
ยานี้จัดอยู่ในกลุ่มยาต่อไปนี้
ยานี้เกี่ยวข้องกับยาต่อไปนี้
Co-trimoxazole (Sulfamethoxazole and trimethoprim) , Sulfadiazine and trimethoprim
ยานี้มีชื่อทางการค้าต่อไปนี้
Lidaprim tablet
ข้อมูลนี้ไม่สมบูรณ์ ยานี้อาจจะยังมีชื่อทางการค้าอื่นที่ไม่ได้แสดงในนี้ หรือชื่อทางการค้าที่แสดงในนี้อาจจะไม่อนุญาตให้จำหน่ายแล้ว
ยานี้มีชื่อภาษาไทยอื่นที่มีการใช้ดังต่อไปนี้
ยาสูตรผสมระหว่างซัลฟาเมโทรล และไตรเมโทพริม
ข้อมูลนี้ไม่สมบูรณ์ ยานี้อาจจะยังมีชื่อภาษาไทยอื่นที่อาจมีการใช้ ซึ่งไม่ได้แสดงในนี้
- กองควบคุมยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข. สืบค้นทะเบียนยาสามัญสำหรับยาเดี่ยว.sulfadiazine . Available at: http://wwwapp1.fda.moph.go.th/ed2547/?url=14 Access Date: May 19, 2010.
- DRUGDEX® System:Klasco RK (Ed): DRUGDEX® System (electronic version). Thomson Micromedex, Greenwood Village, Colorado, USA. Available at: http://www.thomsonhc.com (cited: 19/5/2010).
- McEvoy GK, Snow EK, Miller J et al. AHFS Drug information 2009. the American Society of Health-System Pharmacists,Inc.Bestheda. 2009. p431-442
- Micromedex Thomson Healthcare. Advice for the Patient Drug Information in Lay Language USP DI, volume ll. 25th ed. Massachusetts: Micromedex Thomson Healthcare, 2005: p 1521-1524.
- The Merck Manuals Online medical Library The Merck Manual for Healthcare Professionals: Trimethoprim Drug Information Provided by Lexi-Comp. Available at: http://www.merck.com/mmpe/lexicomp/neomycin.html Access Date: May 19, 2010.