ค้นหา Lab Tests
การวัดความทนทานต่อน้ำตาลกลูโคส : Glucose Tolerance Test
Glucose Tolerance Test
การวัดความทนทานต่อน้ำตาลกลูโคส
Oral Glucose Tolerance Test
OGTT
ความรู้ทั่วไป
การตรวจโอจีทีที (OGTT: oral glucose tolerance test) ใช้ในการประเมินผู้ป่วยที่ไม่มีอาการและอาการแสดงของโรคเบาหวาน แต่มีค่าเอฟบีเอส (FBS) หรือค่ากลูโคสเมื่องดอาหาร (fasting blood glucose) มากกว่าหรือเท่ากับ 110 mg/dL (6.1 mmol/L) แต่น้อยกว่า 126 mg/dL (7 mmol/L)
ค่าโอจีทีที (OGTT) จะวัดความสามารถของตับอ่อนในการหลั่งอินสุลิน หลังได้รับกลูโคสจำนวนหนึ่ง และวัดการตอบสนองของร่างกายต่อการทำงานของอินสุลิน การแปลผลนี้ขึ้นกับระดับกลูโคสก่อนทำการตรวจและในระหว่างที่ตรวจ การตรวจนี้ใช้ในการวินิจฉัยโรคเบาหวานที่เกิดขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์
การตรวจคัดกรองภาวะก่อนเป็นเบาหวาน (prediabetes) ทำโดยการเจาะตรวจน้ำตาลในเลือดตอนเช้าหลังจากงดน้ำงดอาหารมาอย่างน้อย 8 ชั่วโมง ( fasting blood sugar – FBS) แต่ถ้าระดับน้ำตาลอยู่ระหว่าง 100 – 125 มก./ดล.ก็ถือว่าอยู่ในภาวะก่อนเป็นเบาหวาน (prediabetes) ภาวะเช่นนี้บางทีเรียกว่าภาวะน้ำตาลในเลือดผิดปกติหลังอดอาหาร ( impaired fasting glucose -IFG) จึงมีการตรวจทดสอบความทนทานต่อน้ำตาลที่กิน (oral glucose tolerance test -OGTT) ถ้าน้ำตาลในเลือดปกติ แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจคัดกรองทุก 3 ปี แต่หากพบว่าอยู่ในภาวะก่อนเป็นเบาหวาน แพทย์อาจแนะนำให้
- ตรวจจีทีที (GTT) ทุกปี การตรวจชนิดนี้จะทำให้วินิจฉัยเบาหวานได้เร็วกว่าการเจาะตรวจน้ำตาลในเลือด
- ตรวจโปรตีนในปัสสาวะ (microalbuminuria test) เป็นประจำทุกปี เพื่อจะดูว่าเริ่มมีความเสียหายเกิดขึ้นกับไตหรือไม่
- ตรวจน้ำตาลในเลือดหลังงดอาหาร (FBS) และฮีโมโกลบินเอวันซี ( HbA1C) ซึ่งช่วยบอกว่าค่าเฉลี่ยน้ำตาลในเลือดสองสามเดือนที่ผ่านมาเป็นเท่าไร ปีละสองครั้ง ไขมันในเลือดเช่นแอลดีแอล (LDL), คอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ และเอชดีแอล (HDL) ก็อาจจะต้องตรวจปีละสองครั้งเช่นกัน
ในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง ซึ่งได้แก่
- น้ำหนักตัวเกินพิกัด
- การไม่ออกกำลังกาย
- อายุมากกว่า 45 ขึ้นไป
- ประวัติครอบครัว
- เชื้อชาติ คนผิวขาวเป็นเบาหวานน้อยกว่าคนผิวสี
- พบภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (gestational diabetes)
- โรคถุงน้ำรังไข่ชนิดโพลี่ซีสติก (polycystic ovary syndrome) ซึ่งมีอาการประจำเดือนไม่สม่ำเสมอ มีขนขึ้นมาก และอ้วน จะมีโอกาสเป็นเบาหวานมากขึ้น
- มีภาวะอื่นๆที่พบร่วมกับเบาหวานอีกเช่น ความดันเลือดสูง ไขมันชนิดไม่ดี (LDL)ในเลือดสูง ไขมันชนิดดี (HDL)ในเลือดต่ำไตรกลีเซอไรด์สูง มีภาวะร่วมกันของ (1) ความดันเลือดสูง (2) อ้วนและไขมันในเลือดผิดปกติ (3) น้ำตาลในเลือดสูง เรียกว่าภาวะเมตาโบลิก ซินโดรม (metabolic syndrome) ซึ่งเป็นภาวะที่เซลร่างกายมักจะดื้อต่ออินสุลินมาก
การทดสอบความทนทานต่อน้ำตาลที่กิน (oral glucose tolerance test -GTT) ซึ่งทำโดยให้งดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมงแล้วเจาะเลือดไว้ แล้วให้รับประทานกลูโคสตามปริมาณที่กำหนด เช่น 50 กรัม 75 กรัม และ 100 กรัม โดยละลายในน้ำ แล้วเจาะเลือดอีกครั้งที่ชั่วโมงที่ 1, 2 และ 3 หลังรับประทาน
Oral Glucose Tolerance Test (OGTT)
เจาะเลือดตรวจกลูโคสที่ชั่วโมงที่ 2 หลังรับประทานกลูโคส 75 กรัม (ไม่ทำในสตรีตั้งครรภ์) ผลกลูโคสที่ได้
- - น้อยกว่า 140 mg/dl เป็นปกติ
- - 140-200 mg/dl อยู่ในภาวะก่อนเป็นเบาหวาน บางทีก็เรียกว่าภาวะความทนต่อน้ำตาลบกพร่อง (Impaired fasting glucose) เป็นภาวะก่อนเป็นเบาหวาน (prediabetes)
- - มากกว่า 200 mg/dl เป็นเบาหวาน
การตรวจคัดกรองเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational Diabetes Screening: Glucose Challenge Test)
เจาะเลือดที่เวลา 1 ชั่วโมงหลังรับประทานกลูโคส 50 กรัม
- - น้อยกว่า 140 mg/dl เป็นปกติ
- - มากกว่า140 mg/dl มีแนวโน้มในการเป็นเบาหวานต้องตรวจยืนยันด้วยการรับประทานน้ำตาล 100 กรัม
เจาะเลือดก่อนรับประทานกลูโคส และที่เวลา 1, 2 และ 3 ชั่วโมงหลังรับประทานกลูโคส 100 กรัม
- - ก่อนทานกลูโคส 95 mg/dl
- - 1 ชั่วโมงหลังทานกลูโคส มีค่าน้อยกว่า 180 mg/dll
- - 2 ชั่วโมงหลังทานกลูโคส มีค่าน้อยกว่า 155 mg/dl
- - 3 ชั่วโมงหลังทานกลูโคส มีค่าน้อยกว่า 140 mg/dl
หากมีผลกลูโคสสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด จำนวน 2 หรือมากกว่า แสดงว่าผู้ป่วยเป็นเบาหวาน
- http://www.labtestsonline.org/understanding/analytes/glucose/glance.html
- http://www.health.co.th/HealthEducationArticle3/PreDiabetes.html
- สุธาทิพย์ พิชญไพบูลย์ การแปลผลห้องปฏิบัติการสำหรับเภสัชกร 2544, 261-89.
- http://www.medtechzone.com/data/chem/glucose.php
ห้องปฏิบัติการเคมีคลินิก
03 มีนาคม 2554
14 เมษายน 2554