อ่าน: 234
Leucovorin (Leucovorin calcium; Folinic acid; Calcium folinate) (ลูโควอริน (ลูโควอรินแคลเซียม;กรดโฟลินิก; แคลเซียมโฟลิเนท))
ลูโควอริน (leucovorin) หรือกรดโฟลินิก (folinic acid) มีประโยชน์ในการใช้เป็นยาต้านพิษจากยาต้านโฟเลต (antifolates) เช่น เมโทเทรกเซต (methotrexate) โดยอาจใช้ในลักษณะของเกลือแคลเซียม
- ลูโควอรินแคลเซียม (leucovorin calcium) เป็นลูโควอรินที่อยู่ในรูปเกลือแคลเซียม ใช้เป็นยาต้านพิษหลังจากที่ได้รับยาเมโทเทรกเซตขนาดสูงในการรักษามะเร็งเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของกระดูก (osteosarcoma) หรือใช้ในการลดอาการไม่พึงประสงค์จากยาเมโทเทรกเซตในกรณีที่ร่างกายมีการกำจัดยาลดลง หรือใช้เมื่อได้รับยาเมโทเทรกเซตเกินขนาด
- ลูโควอรินแคลเซียม (leucovorin calcium) ใช้รักษาภาวะเลือดจางชนิดเม็ดเลือดแดงมีขนาดโตกว่าปกติ (megaloblastic anemia) เนื่องจากการขาดกรดโฟลิก
- ใช้ลูโควอริน (leucovorin) ร่วมกับ 5-ฟลูออโรยูราซิล (5-fluorouracil) เพื่อรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงระยะก้าวหน้า (advanced colorectal cancer)
โปรดแจ้งบุคลากรทางการแพทย์หากท่านเคยมีอาการผิดปกติใดๆหรือมี ประวัติการแพ้ลูโควอริน (leucovorin) หรือกรดโฟลินิก (folinic acid) หรือลูโควอรินแคลเซียม (leucovorin calcium) หรือแคลเซียมโฟลิเนต (calcium folinate) หรือ ส่วนประกอบใด ๆ ในยานี้ รวมทั้งการมีประวัติเคยแพ้สารอื่น ๆ เช่น อาหาร, สารกันเสีย, สี เป็นต้น
- ท่านสามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติเว้นแต่ว่าแพทย์ได้แจ้งท่านเป็นอย่างอื่น
- หากท่านใช้ยานี้ร่วมกับยาเคมีบำบัด เนื่องจากยาเคมีบำบัดมีผลต่อไขกระดูกทำให้มีการสร้างเม็ดเลือดขาวลดลง ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย ควรรับประทานอาหารที่สะอาด และปรุงสุกเเล้วใหม่ ๆ ควรงดรับประทานผักสด หรือผลไม้ที่รับประทานทั้งเปลือก หากต้องการรับประทานควรล้างให้สะอาดและปอกเปลือกก่อนรับประทาน
ABCDX
รายการนี้จัดอยู่ในประเภท 'C' สำหรับสตรีมีครรภ์
จากการศึกษาในสัตว์พบว่ายาทำให้เกิดความผิดปกติต่อตัวอ่อนในครรภ์ แต่ไม่มีรายงานการศึกษาที่ควบคุมอย่างดีในมนุษย์ หรือ ไม่มีรายงานการศึกษาในมนุษย์และสัตว์ถึงผลของยาต่อตัวอ่อนหรือทารกในครรภ์ ดังนั้น ควรใช้ยานี้เมื่อมีการประเมินแล้วว่าจะเกิดประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงในการเกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์
ไม่มีการศึกษาการใช้ยานี้ในสัตว์ทดลองและสตรีมีครรภ์ อย่างไรก็ตามผู้ที่ใช้ยานี้มักเป็นผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ใช้ยาเคมีบำบัดร่วมด้วยโปรดแจ้งแก่แพทย์หากกำลังวางแผนจะมีบุตรเนื่องจากยาเคมีบำบัดอาจทำให้ทารกในครรภ์เสียชีวิตหรือเกิดทารกวิรูปได้เมื่อให้ยาในหญิงตั้งครรภ์
ยังไม่มีข้อมูลว่าลูโควอริน (leucovorin) สามารถผ่านออกทางน้ำนมได้ อย่างไรก็ตามผู้ที่ใช้ยานี้มักเป็นผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ใช้ยาเคมีบำบัดร่วมด้วย จึงไม่แนะนำให้ทารกได้รับน้ำนมมารดาระหว่างใช้ยาเคมีบำบัดร่วมด้วย
ระมัดระวังการใช้ยาในเด็กที่มีโรคลมชักร่วมด้วย เนื่องจากยาอาจทำให้ฤทธิ์ของยากันชักลดลง
ยาหลายชนิดยังไม่มีการศึกษาในผู้สูงอายุ ดังนั้นจึงยังไม่ทราบการทำงานที่แท้จริงของยาว่ามีการทำงานเช่นเดียวกันกับในผู้ป่วยวัยอื่นหรือไม่ รวมทั้งยังไม่ทราบว่ายานี้ทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์, ปัญหาใดๆ ที่แตกต่างกันในผู้สูงอายุหรือไม่ เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการเปรียบเทียบการใช้ลูโควอริน (leucovorin) ในผู้สูงอายุกับวัยอื่น ๆ
ถึงแม้ว่ายาบางอย่างไม่ควรใช้ร่วมกัน ในบางกรณีที่จำเป็นอาจใช้ร่วมกันได้ถึงแม้ว่าอันตรกิริยาอาจเกิดขึ้นก็ตาม โดยแพทย์อาจปรับเปลี่ยนขนาดยาหรืออาจมีข้อควรระวังอื่นๆ ที่จำเป็น ท่านต้องแจ้งบุคลากรทางการแพทย์หากท่านกำลังใช้ยาต่อไปนี้ร่วมอยู่ด้วย
- เคพไซทาบีน (capecitabine)
- ฟลูออโรยูราซิล (fluorouracil)
- ฟีโนบาร์บิทาล (phenobarbital)
- เฟนิทอยด์ (phenytoin)
- พริมิโดน (primidone)
- ซัลฟาเมทอกซาโซล (sulfamethoxazole)
- ไทรเมโทพริม (trimethoprim)
ปัญหาความเจ็บป่วยอื่นที่ท่านเป็นอยู่อาจส่งผลต่อการใช้ลูโควอริน (leucovorin) ท่านควรแจ้งแพทย์หากท่านมีภาวะเหล่านี้ร่วมด้วย เช่น
- โรคตับหรือไต
- ภาวะเลือดจางชนิดเม็ดเลือดแดงมีขนาดโตกว่าปกติ (megaloblastic anemia) เนื่องจากการขาดวิตามินบี 12
- โรคลมชัก
ยาฉีด
- ยานี้ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์
- ระหว่างได้รับยานี้ ท่านควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรอย่างเคร่งครัด
- สารละลายยาลูโควอริน (leucovorin) ใช้สำหรับฉีดเข้าหลอดเลือดดำ หรือเข้ากล้ามเนื้อ
- ควรมาตรวจตามแพทย์นัดเพื่อติดตามผลการรักษาเป็นระยะ และให้ได้รับยาตามแผนการรักษา การได้ยาไม่ครบ หรือระยะเวลาไม่ตรงกำหนด ก่อให้เกิดผลเสียต่อการรักษา ถ้ามีเหตุจำเป็นต้องเลื่อนระยะเวลาการให้ยา ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง
ยาเม็ดรับประทาน
- กลืนยาทั้งเม็ดแล้วดื่มน้ำตามมาก ๆ
- ไม่แนะนำให้รับประทานยาเกินขนาด 25 มิลลิกรัม เนื่องจากการดูดซึมลูโควอรินแคลเซียมชนิดเม็ดมีการอิ่มตัว ทำให้ไม่ถูกดูดซึม แม้จะรับประทานยาในขนาดที่สูงกว่าที่แนะนำ
ในการใช้ยารักษาการได้รับยาต้านโฟเลต เช่น เมโทเทรกเซตเกินขนาดนั้น ผู้ป่วยควรได้รับยาลูโควอรินโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยระยะห่างระหว่างเวลาที่ได้รับยาต้านโฟเลตกับเวลาที่ได้ลูโควอรินยิ่งมากเท่าไร ประสิทธิภาพของลูโควอรินในการลดอาการพิษต่อระบบเลือดของยาต้านโฟเลตจะยิ่งลดลง
- ขนาดยาของยาลูโควอริน (leucovorin) ในการรักษามะเร็ง ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น น้ำหนัก ส่วนสูงของผู้ป่วย รวมทั้งผลการตอบสนองต่อยาของผู้ป่วยแต่ละราย โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้วิเคราะห์ แนะนำ และกำหนดเวลาในการรับยา นอกจากนี้ความถี่ของการให้ยาลูโควอริน อาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสูตรยาที่ใช้รักษามะเร็งอีกด้วย
- ขนาดยาของยาลูโควอริน (leucovorin) ชนิดรับประทานอาจแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย ควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร หรือตามที่ฉลากระบุ
จำนวนครั้งของการรับประทานยาในแต่ละวัน, ระยะห่างของการรับประทานยาในแต่ละครั้งและระยะเวลาที่ท่านรับประทานยาขึ้น อยู่กับสภาวะโรคของท่าน
- มารับยาตามแพทย์นัด เพื่อให้ได้ยาตามแผนการรักษา การได้ยาไม่ครบ หรือระยะเวลาไม่ตรงกำหนด อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อการรักษา ถ้ามีเหตุจำเป็นต้องเลื่อนระยะเวลาการให้ยา ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง
- หากท่านลืมรับประทานยาให้รีบรับประทานทันทีที่นึกได้ ถ้าใกล้ถึงมื้อต่อไปให้ข้ามมื้อที่ลืมและรับประทานยาต่อในมื้อถัดไปในขนาดยา ปกติ โดย ไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่า
• เก็บในภาชนะปิดสนิทให้พ้นมือเด็ก
• เก็บให้ห่างจากความร้อนและหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรง
• ห้ามเก็บยาไว้ในห้องน้ำ ใกล้อ่างล้างมือหรือที่ชื้น เนื่องจากความร้อนหรือความชื้นอาจเป็นสาเหตุให้ยาเสื่อมคุณภาพ
• ทิ้งยาเมื่อยาหมดอายุ
• เก็บยาฉีดในภาชนะบรรจุจากผู้ผลิตที่อุณหภูมิ 15°-25 องศาเซลเซียส
- ลูโควอริน (leucovorin) ไม่เหมาะกับการรักษาภาวะเลือดจางชนิดเม็ดเลือดแดงมีขนาดโตกว่าปกติ (megaloblastic anemia) เนื่องจากการขาดวิตามินบี 12 แม้ว่าจะทำให้ภาวะเลือดจางดีขึ้น แต่อาการทางระบบประสาทจะยังคงดำเนินต่อไป
- การขับยาเมโทเทรกเซต (methotrexate) ออกจากร่างกายที่ช้าลง อาจเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น มีภาวะท้องมาน, มีน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด, ไตบกพร่อง หรือได้รับสารน้ำไม่เพียงพอ ภายใต้ภาวะเหล่านี้แพทย์อาจให้ลูโควอรินในขนาดสูงหรือเพิ่มระยะเวลาการให้ลูโควอริน หากท่านจำเป็นต้องได้รับยารับประทานเกินขนาดที่แนะนำ แพทย์อาจพิจารณาเปลี่ยนรูปแบบการให้ยาเป็นยาฉีด
- มีรายงานการเกิดลมชัก และ/หรือหมดสติชั่วคราว (syncope) แต่พบได้น้อยมากในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาลูโควอริน โดยมักพบในผู้ที่ได้รับฟลูออโรยูราซิล (fluorouracil) ร่วมด้วย และส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยที่มีการแพร่กระจายของมะเร็งไปที่ระบบประสาทส่วนกลาง หรือมีโรคทางระบบประสาทส่วนกลางอยู่ก่อนแล้ว
- ลูโควอรินเพิ่มอาการพิษจากยาฟลูออโรยูราซิล เมื่อให้ยาร่วมกันในการรักษามะเร็งลำไส้และไส้ตรง (colorectal cancer) แม้ว่าจำนวนผู้ป่วยที่เกิดอาการพิษจากการได้รับยาลูโควอรินและยาฟลูออโรยูราซิลร่วมกันจะใกล้เคียงกับจำนวนผู้ป่วยที่เกิดอาการพิษจากการได้รับยาฟลูออโรยูราซิลเดี่ยว ๆ แต่ความรุนแรงของการเกิดอาการพิษต่อระบบทางเดินอาหาร เช่น ปากอักเสบ (stomatitis) และท้องร่วง จะมีความรุนแรงกว่าและเกิดเป็นระยะเวลานานกว่าในผู้ป่วยที่ได้รับยาสองชนิดร่วมกัน
ยาอาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์บางอย่างที่ไม่ต้องการ ซึ่งอาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดกับผู้ใช้ยาทุกราย แต่หากเกิดอาการไม่พึงประสงค์ขึ้นควรได้รับการรักษาที่เหมาะสม
ก. พบแพทย์ทันที หากมีอาการต่อไปนี้
พบน้อย
- ผื่นผิวหนัง, ลมพิษ, คัน , หายใจมีเสียงหวีด (wheezing )
ข. พบแพทย์โดยเร็ว หากมีอาการต่อไปนี้
พบน้อย
ค. อาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้อาจเกิดขึ้นในผู้ป่วยบางราย หากท่านสังเกตเห็นอาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
ยานี้จัดอยู่ในกลุ่มยาต่อไปนี้
ยานี้มีชื่อทางการค้าต่อไปนี้
Cal-glunate injection (แคล-กลูเนต ยาฉีด), Rescuvolin injection , Rescuvolin tablet, Calciumfolinat-Ebewe 15 mg capsule (คาลเซี่ยมฟอลิเนท-เอเบเว้ 15 มก แคปซูล), Calciumfolinat-Ebewe injection (คาลเซี่ยมฟอลิเนท - เอเบเว้ ยาฉีด), Leucovorin calcium injection U.S.P. (เลอโคโวริน แคลเซียม ชนิดฉีด), Leucovorin 10 mg/ml injection, Leucovorin 50 mg (lyophilized powder) for injection, Calciumfolinat "Ebewe" ( 50 mg/5 ml) injection (คาลเซี่ยมฟอลิเนท - เอเบเว้ (50 มก/มล) ยาฉีด), Dalisol tablets, Folina tablet 15 mg., Rescuvolin (injection 10 mg/ml) (เรสคิวโวลิน (ยาฉีด 10 มก/มล)), Leucovorin tablet, Calcium folinate injection, Rescuvolin (tablets 25 mg), Biovorin injection (ไบโอวอริน ยาฉีด), Leucovorin calcium Filaxis injection (ลิวโคโวริน แคลเซียม ฟีแล็กซีส ยาฉีด), DBL (R) Leucovorin calcium injection U.S.P., Leucovorin calcium injection U.S.P. (ลิวโคโวริน แคลเซี่ยม อินเจคชั่น ยู.เอส.พี ยาฉีด), Nyrin tablet 15 mg, Cafonate injection, Dalisol (injection)
ข้อมูลนี้ไม่สมบูรณ์ ยานี้อาจจะยังมีชื่อทางการค้าอื่นที่ไม่ได้แสดงในนี้ หรือชื่อทางการค้าที่แสดงในนี้อาจจะไม่อนุญาตให้จำหน่ายแล้ว
- กองควบคุมยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข. สืบค้นทะเบียนยาสามัญสำหรับยาเดี่ยว. Leucovorin . Available at: http://wwwapp1.fda.moph.go.th/ed2547/?url=14 Access Date: Aug 4, 2010.
- Dailymed current medication information . Leucovorin. Available at: http://dailymed.nlm.nih.gov/dailymed/drugInfo.cfm?id=17010 Date: Aug 31, 2010.
- DRUGDEX® System:Klasco RK (Ed): DRUGDEX® System (electronic version). Thomson Micromedex, Greenwood Village, Colorado, USA. Available at: http://www.thomsonhc.com (cited: 31/8/2010).
- MedlinePlus Trusted Health Information for You. Leucovorin (Systemic) Available at http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/druginfo/drug_Aa.html. Access Date: March 17, 2005.