อ่าน: 3557
Hydrochlorothiazide (ไฮโดรคลอโรไทอาไซด์ )
ไฮโดรคลอโรไทอาไซด์ (hydrochlorothiazide) หรือเรียกย่อว่า เอชซีทีแซด (HCTZ) จัดเป็นยาขับปัสสาวะ กลุ่มไทอาไซด์ (thiazide diuretic) ออกฤทธิ์ที่ท่อไตส่วนดิสทัลคอนโวลูตทิวบูล (distal convoluted tubule) ของ เนพฟรอน (nephron) ในไต ยับยั้งการขนส่งร่วมกันของโซเดียม/คลอไรด์ (Na+/Cl-), เพิ่มการขับโซเดียม และ โพแตสเซียม ทำให้มีการขับน้ำเพิ่มขึ้น ช่วยลดความดันเลือดได้
ยานี้ใช้สำหรับรักษาโรคความดันเลือดสูงที่อยู่ในระดับอ่อนถึงปานกลาง, รักษาภาวะคั่งน้ำหรือบวมน้ำที่มีสาเหตุจากโรคหัวใจล้มเหลว โรคไต หรือโรคต่าง ๆ, รักษาความดันเลือดสูงโดยอาจใช้เป็นยาเดี่ยวหรือร่วมกับยาลดความดันตัวอื่นได้ อาจใช้รักษาโรคเบาจืด (diabetes insipidus) ที่มีผลมาจากยาลิเที่ยม (lithium) ได้
ยานี้ไม่ได้ใช้เพื่อรักษาโรคความดันเลือดสูงให้หายขาด เพียงแต่ช่วยควบคุมความดันเลือดไว้ โดยต้องควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารเค็ม การออกกำลังกาย และการลดน้ำหนักในรายที่น้ำหนักเกิน
โปรดแจ้งบุคลากรทางการแพทย์หากท่านเคยมีอาการผิดปกติใด ๆ หรือมีประวัติการแพ้ยาไฮโดรคลอโรไทอาไซด์ (hydrochlorothiazide) หริอ ยาอื่นในกลุ่มนี้ หรือ ยาในกลุ่มซัลฟา เช่น ซัลโฟนาไมด์ (sulfonamide) หรือส่วนประกอบใด ๆ ในยานี้ รวมทั้งการมีประวัติเคยแพ้สารอื่น เช่น อาหาร, สารกันเสีย, สี เป็นต้น
ตัวอย่างอาการแพ้ยา เช่น มีอาการ ผื่นขึ้น, คัน, ลมพิษ, บวมบริเวณมือ ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือในลำคอ, ผิวหนังลอก, กลุ่มอาการสตีเวนส์จอนห์สัน (Stevens-Johnson syndrome) ซึ่งจะมีภาวะเป็นตุ่มพองตามผิวหนังและเยื่อบุ เช่น ตา ปาก คัน อ่อนเพลีย ปวดข้อ และมีไข้, ผิวหนังแดงแบบหลายรูป (erythema multiforme), ผิวหนังอักเสบหลุดลอกเป็นแผ่น (exfoliative dermatitis),หายใจลำบาก, หายใจมีเสียงหวีด, กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ, หลอดเลือดอักเสบ, แอนาฟิแล็กซิส (anaphylaxis), การตายแยกสลายของหนังกำพร้าเหตุพิษ (toxic epidermal necrosis) หรือที่เรียกย่อว่า เท็น (TEN)
- หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะเสริมฤทธิ์กับยานี้ทำให้มึนงง และความดันเลือดต่ำเมื่อเปลี่ยนท่าได้
- ยังมีสมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ไม่ควรใช้ร่วมกับไฮโดรคลอโรไทอาไซด์ เช่น อีฟีดรา (ephedra), โยฮิมบีน (yohimbe) โสมตังกุย, โสม และกระเทียม
- แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงการดื่มกาแฟ แอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และสารเสพติด เนื่องจากอาจมีผลต่อการทำงานของยานี้
ABCDX
รายการนี้จัดอยู่ในประเภท 'B' สำหรับสตรีมีครรภ์
จากการศึกษาในสัตว์พบว่ายาไม่มีความเสี่ยงในการทำให้เกิดความผิดปกติของตัวอ่อนในครรภ์ แต่ไม่มีรายงานการศึกษาในมนุษย์ หรือ จากการศึกษาในสัตว์พบว่ายามีความเสี่ยงในการทำให้เกิดความผิดปกติของตัวอ่อนในครรภ์ แต่ไม่พบผลดังกล่าวจากการศึกษาในมนุษย์ ดังนั้น ยาที่จัดอยู่ในประเภทนี้สามารถใช้ในสตรีมีครรภ์ได้ค่อนข้างปลอดภัย
หญิงมีครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยานี้ ยังไม่มีการศึกษาในคนที่ชัดเจนว่ายานี้ทำให้เกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์หรือไม่
แต่จัดเป็น pregnancy D หากใช้ในผู้ป่วยความดันเลือดสูงขณะตั้งครรภ์ (gestational hypertension) เนื่องจากสตรีมีครรภ์ที่เป็นโรคนี้มีภาวะปริมาตรเลือดต่ำ (hypovolemia) อยู่แล้ว จึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายจากการใช้ยาขับปัสสาวะ
หญิงให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยานี้ เพราะยาถูกขับออกทางน้ำนมได้ ยังไม่พบว่ามีอันตรายร้ายแรงต่อทารก แต่ยาอาจลดปริมาณน้ำนมได้ จึงควรหลีกเลี่ยงในช่วง 1 เดือนแรกของการให้นม
ควรระมัดระวังการใช้ยานี้ในเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่มีภาวะ ดีซ่าน ทั้งนี้ควรอยู่ในการดูและของแพทย์
- ไม่ควรลุกขึ้นยืนหรือลุกนั่งจากท่านอนเร็วเกินไปโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการวิงเวียนหรือหมดสติ
- ในผู้สูงอายุจะมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงที่สูงกว่า
ระมัดระวังการใช้ไฮโดรคลอโรไทอาไซด์ (hydrochlorothiazide) ร่วมกับยาต่อไปนี้
- ยากลุ่มยับยั้งสารสื่อประสาท (neuromuscular-blocking agent) เช่น เวคูโรเนียม (vecuronium), แพนคูโรเนียม (pancuronium) และยาคลายกล้ามเนื้อ
- ยาลดความดันกลุ่มยับยั้งแอนจิโอเทนซิน-คอนเวอร์ติง เอ็นไซม์ (ACE inhibitors) เช่น อีแนลาพริล (enalapril), แคปโทพริล (captopril), รามิพริล (ramipril), เพอรินโดพริล (perindopril), ควินาพริล (quinapril)
- ยากลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ (เช่น เพรดนิโซโลน, เดกซาเมทาโซน, ไฮโดรคอร์ทิโซน)
- หลีกเลี่ยงยาที่ทำให้ความดันเลือดสูง เช่น ยารักษาโรคหวัดที่มียาลดอาการคัดจมูกผสมอยู่ เช่น สูโดอีฟีดรีน (pseudoephedrine), เฟนิลเอฟริน (phenylephrine)
- กลุ่มยาแก้ปวดที่มีฤทธิ์ต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตอรอยด์ เช่น ไดโคลฟีแนก (diclofenac), ไอบิวโพรเฟน (ibuprofen), แอสไพริน (aspirin), อินโดเมทาซิน (indomethacin), เพียร็อกซิแคม (piroxicam), เซเลโคสิป (celecoxib)
- โคลีสไทรามีน (cholestyramine) และ คอเลสทิพอล (cholestipol) เพราะลดการดูดซึมของไฮโดรคลอโรไทอาไซด์ ถ้าต้องใช้ร่วมกันควรรับประทานไฮโดรคลอโรไทอาไซด์ก่อนยาเหล่านี้อย่างน้อย 1 ชั่วโมง หรือหลังยาเหล่านี้อย่างน้อย 4 ชั่วโมง
- ยาลดความดันและยาขับปัสสาวะกลุ่มอื่น ๆ
- ยาอื่น ๆ เช่น อัลโลพูรินอล (allopurinol), อะมิฟอสทีน (amifostine), ริทูซิแม็บ (rituximab), เกลือแคลเซียม, แคลซิไทรออล (calcitriol), ลิเทียม (lithium), เกลือน้ำดี (bile salt), ดิจอกซิน (digoxin), คาร์บามาซีพีน (carbamazepine)
ยังมียาหลายชนิดที่ไม่ควรใช้ร่วมกับไฮโดรคลอโรไทอาไซด์ ควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบว่าท่านกำลังใช้ยาใดอยู่ในขณะนี้
- ห้ามใช้ในผู้ป่วยโรคไต และโรคตับระยะรุนแรง โรคต่อมหมวกไตผิดปกติ ผู้ที่ปัสสาวะไม่ออก
- ระวังการใช้ยานี้ในคนที่กำลังตั้งครรภ์, ให้นมลูก, เป็นโรคไต, โรคตับ, โรคเบาหวาน, โรคหัวใจ, โรคเกาต์, โรคตับอ่อนอักเสบ, โรคไขมันในเลือดสูง, โรคเอสแอลี (SLE), ผู้ที่ขาดน้ำ, ผู้มีความผิดปกติของสมดุลเกลือแร่ เพราะเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายจากยามากกว่าผู้อื่น หรือทำให้โรคที่เป็นอยู่รุนแรงมากขึ้น
- กลืนยาทั้งเม็ดและดื่มน้ำตาม
- ยานี้สามารถรับประทานได้ทั้งตอนท้องว่าง ก่อนอาหาร หรือ หลังอาหาร แต่ถ้ารู้สึกไม่สบายท้องให้รับประทานพร้อมอาหาร แต่อาจมีผลลดระดับยาในเลือดได้
- ควรรับประทานยาในช่วงเช้าเป็นประจำทุกวัน แต่ถ้ารับประทานยาวันละหลายมื้อ ยามื้อสุดท้ายให้รับประทานก่อน 6 โมงเย็น เพื่อหลีกเลี่ยงการลุกขึ้นมาถ่ายปัสสาวะตอนกลางคืน ทำให้รบกวนการนอน
- อย่าหยุดใช้ยานี้เอง โดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์
ขนาดยาของยาไฮโดรคลอโรไทอาไซด์ (hydrochlorothiazide) อาจแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย ขึ้นกับสภาวะโรคของท่าน**ควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรอย่างเคร่งครัด**
ให้รับประทานทันทีทีนึกได้ ถ้าใกล้เวลาของมื้อต่อไป ให้ข้ามไปรับประทานมื้อถัดไปโดยใช้ตามขนาดที่แพทย์สั่ง ห้ามรับประทานยาเพิ่มเป็น 2 เท่า
- เก็บยาในภาชนะที่ปิดสนิท อย่าให้โดนแสงโดยตรง ไม่แช่แข็ง
- เก็บยาที่อุณหภูมิห้องไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส อย่าเก็บในที่ร้อน
- เก็บยาในที่แห้ง อย่าเก็บในที่ชื้น เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว
- เก็บยาทุกชนิดให้พ้นสายตาและมือเด็ก หรือสัตว์เลี้ยง
- เก็บยาในภาชนะบรรจุเดิมที่ได้รับมา และหากมียาเหลือหลังจากแพทย์สั่งให้หยุดใช้ ควรส่งคืนยาแก่เภสัชกร
- ไม่ใช้ยานี้หลังจากวันหมดอายุ ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรในการทิ้งยานี้
- ระวังเกี่ยวกับการขับขี่ยวดยาน และทำงานกับเครื่องจักรหรือทำงานบนที่สูง เนื่องจากยานี้อาจทำให้มึนงงหรือง่วงซึม
- เพื่อลดอาการเวียนหัวจากยา เมื่อลุกขึ้นจากท่านอนหรือท่านั่งควรลุกขึ้นช้า ๆ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
- ควรดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อป้องกันการขาดน้ำ เว้นแต่แพทย์แนะนำให้ลดปริมาณการดื่มน้ำหรือจำกัดการดื่มน้ำ
- ยานี้อาจทำให้โพแทสเซียมในเลือดต่ำ แพทย์หรือเภสัชกรอาจแนะนำให้ท่านรับประทานอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น กล้วย, ส้ม, มะขามหวาน, ทุเรียน, ลองกอง หรือท่านอาจได้รับยาโพแทสเซียมเสริม แต่อย่ารับประทานโพแทสเซียมมากจนเกินจำเป็น เพราะโพแทสเซียมในเลือดสูงก็ทำให้เกิดอันตรายได้
- ยานี้ทำให้ผิวหนังไวต่อการเกิดผื่นแดงเวลาถูกแสงแดด ควรหลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดโดยตรง ถ้าจำเป็นต้องออกนอกบ้าน ควรทายากันแดด ใส่เสื้อผ้ามิดชิด ใส่หมวก และใส่แว่นกันแดด
- ผู้เป็นโรคเบาหวานต้องตรวจติดตามระดับน้ำตาลในเลือดอยู่เสมอ เพราะยานี้ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงและอาจต้องปรับขนาดยารักษาโรคเบาหวานให้เหมาะสม
- ควรมีการตรวจวัดความดันเลือด, อัตราการเต้นของหัวใจ, ติดตามวัดระดับโพแทสเซียม โซเดียม แคลเซียม กรดยูริก และไขมันในเลือด รวมทั้งการทำงานของหัวใจ ไต และตับ อย่างสม่ำเสมอ
- ยานี้อาจทำให้ปากแห้ง และมีปัญหาในช่องปากได้ ควรดูแลฟันให้สะอาด และพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
- ถ้าต้องผ่าตัด ก่อนผ่าตัด ควรบอกแพทย์หรือทันตแพทย์ว่าท่านกำลังใช้ยานี้อยู่
ก.อาการข้างเคียงที่รุนแรง ต้องหยุดยาแล้วรีบไปพบแพทย์ทันที อาการที่พบ เช่น
- อาการแพ้ยา
- ความดันเลือดต่ำรุนแรง, หัวใจหยุดเต้น, กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด, ปอดอักเสบแทรกซึมด้วยเม็ดเลือดขาวอีโอซิโนฟิล (eosinophilic pneumonitis), ปอดบวมน้ำ, แน่นหน้าอก, วิงเวียนรุนแรง
- ปากแห้ง, กระหายน้ำ, ถ่ายปัสสาวะน้อยลง, สับสน, ง่วงซึม, เป็นลม อาการเหล่านี้เป็นอาการของการขาดน้ำ
- รู้สึกเหนื่อย, อ่อนเพลีย, หัวใจเต้นผิดจังหวะ cardiac arrythmia), เป็นเหน็บตามมือ เท้า หรือริมฝีปาก, ปวดกล้ามเนื้อหรือเป็นตะคริว, คลื่นไส้ หรืออาเจียนรุนแรง,ท้องผูก,อารมณ์เปลี่ยน, อาการเหล่านี้เป็นอาการของโพแทสเซียมในเลือดต่ำ
- รู้สึกสับสน ชัก รู้สึกเหนื่อยหรืออ่อนเพลีย หงุดหงิด กล้ามเนื้อเป็นตะคริว และชัก อาการเหล่านี้เป็นอาการของโซเดียมในเลือดต่ำ
- มีไข้, หนาวสั่น, ไอ, เสียงแหบ, เจ็บคอไม่ยอมหาย อาการเหล่านี้เป็นอาการของการติดเชื้อ
- เลือดจาง, ภาวะพร่องเม็ดเลือดทุกชนิด, เลือดออกง่าย, หรือมีรอยช้ำผิดปกติ, มีจุดเลือดออกที่ผิวหนัง, มีเลือดออกในปัสสาวะหรืออุจจาระ หรือถ่ายอุจจาระเป็นสีดำ, เกล็ดเลือดต่ำ
- ถ่ายปัสสาวะลำบาก, ไตอักเสบ, ไตวาย, การทำงานของไตลดลง
- ปวดท้องรุนแรง, คลื่นไส้, อาเจียนรุนแรง, ดีซ่าน, ตัวเหลือง หรือตาเหลือง, ปัสสาวะสีคล้ำ, รู้สึกเหนื่อยมากผิดปกติ, การทำงานของตับลดลง, ตับอ่อนอักเสบ, โรคสมองเหตุจากตับ (hepatic encephalopathy)
- ปวดข้อ เช่น ข้อที่หัวแม่เท้า จากการมีกรดยูริกในเลือดสูง
- มีไข้ หนาวสั่น ไอ เสียงแหบ เจ็บคอไม่ยอมหาย ซึ่งเป็นอาการของการติดเชื้อ
- ต้อหินที่มีห้องน้ำใสของนัยน์ตาตื้นและมุมแคบ (angle-closure glaucoma)
ข. อาการข้างเคียงที่ไม่รุนแรง หากเกิดขึ้นอาจไม่จำเป็นต้องหยุดยา แต่ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทราบ เช่น เบื่ออาหาร,
ท้องร่วง, ท้องผูก, ความรู้สึกทางเพศลดลง, อวัยวะเพศไม่แข็งตัว, ปวดกล้ามเนื้อ, ปวดหัว, รู้สึกเวียนหัว, ความดันเลือดตกขณะเปลี่ยนท่า, ผิวหนังไวต่อแสง, น้ำตาลในเลือดสูง, เกาต์, เบื่ออาหาร, ไม่สบายท้อง, ระคายเคืองทางเดินอาหาร, แคลเซียมในเลือดสูง, ระดับไขมันในเลือดสูงขึ้น, พอร์ฟีเรียแบบเฉียบพลัน (acute porphyria), ภาวะเลือดเป็นด่าง (alkalosis), มีไข้, เบาจืด (diabetes insipidus), โรคเอสแอลอี (SLE) กำเริบ, เกลือแร่ในร่างกายต่ำ เช่น แคลเซียม โซเดียม โพแทสเซียม สังกะสี และแมกนีเซียม, การผลิตน้ำตาน้อย, กระเพาะปัสสาวะอักเสบ, ตะคริว แต่ถ้ามีอาการรุนแรงหรือทนไม่ได้หรือเกิดต่อเนื่อง ให้ไปพบแพทย์ทันที
ค. หากเกิดอาการผิดปกติอื่น ๆ ที่อาจจะเกี่ยวกับยานี้ ให้แจ้งแพทย์หรือเภสัชกร
- ภาวะความดันเลือดสูง อาจรู้สึกมึนเล็กน้อยหรือไม่มีอาการอะไร แต่หากมีความดันเลือดสูงนาน ๆ จะทำให้หัวใจและหลอดเลือดแดงต้องทำงานหนักขึ้น และถ้ามีความดันเลือดสูงมากอาจทำให้เส้นเลือดในสมองแตก, เป็นอัมพฤกษ์, อัมพาต, ไม่รู้สึกตัว, หัวใจล้มเหลว, และไตล้มเหลว จึงมีความจำเป็นต้องรักษาอย่างต่อเนื่องเพื่อลดความเสี่ยงเหล่านี้
- ถ้าใช้ยามากเกินขนาดที่แนะนำอาจพบอาการ เช่น ปัสสาวะออกมาก, กล้ามเนื้ออ่อนแรง, เวียนหัวรุนแรง, อ่อนเพลียรุนแรง, ซึม, สับสน, เป็นลม ทั้งนี้ควรทำให้ผู้ป่วยอาเจียนเพื่อขับยาออกมาและรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล
ยานี้จัดอยู่ในกลุ่มยาต่อไปนี้
ยานี้เกี่ยวข้องกับยาต่อไปนี้
Amiloride, Amiloride and Hydrochlorothiazide, Furosemide, Spironolactone
ยานี้มีชื่อทางการค้าต่อไปนี้
Dichlotride tablets, Diric tablets, Diuret-P tablets, Dragotab tablets, Hychlozide tablets, Hydrochlorothiazide GPO tablets, Hydrochlorothiazide T.O. tablets, Hydrochlorothiazide Union Drug tablets, Hydrochlorthiazide tablets, Hydrozide tablets, Urazide tablets
ข้อมูลนี้ไม่สมบูรณ์ ยานี้อาจจะยังมีชื่อทางการค้าอื่นที่ไม่ได้แสดงในนี้ หรือชื่อทางการค้าที่แสดงในนี้อาจจะไม่อนุญาตให้จำหน่ายแล้ว
- CPM medica. MIMS Thailand Online. Available at http://www.mims.com. Access Date: 17 May, 2010.
- DRUGDEX® System:Klasco RK (Ed): DRUGDEX® System (electronic version). Thomson Micromedex, Greenwood Village, Colorado, USA. Available at: http://www.thomsonhc.com. Access Date: 25 March, 2010.
- Friedman P.A. and Berndt W.O., Diuretic drug, In Modern pharmacology with clinical application, 6th ed, pp. 244-51. Craig C.R. et al., Lippincott Williams & Wilkins, 2003
- Lacy CF, Armstrong LL, Goldman MP, Lance LL. Drug Information Handbook with international trade names index. 18th ed. Ohio: Lexi Comp In; 2009.
- MedlinePlus Trusted Health Information for You. Thiazide Diuretic. Available at http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/druginfo/drug_Aa.html. Access Date: March 17, 2005.