![]() |
โคลทริมาโซลสำหรับช่องคลอด (vaginal clotrimazole) เป็นยาต้านเชื้อรากลุ่มเอโซล (azole antifungals) ใช้สำหรับรักษาการติดเชื้อราที่ช่องคลอด
สำหรับผู้ที่ใช้ยานี้เป็นครั้งแรก ก่อนใช้ยาควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรให้แน่ใจก่อนว่าท่านติดเชื้อราที่ช่องคลอดจริง การติดเชื้อราที่ช่องคลอดสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีกเวลาใดก็ได้และเมื่ออาการนี้เกิดขึ้นอีก ท่านสามารถใช้ยานี้ในการรักษาได้เลย อย่างไรก็ตามท่านควรพบแพทย์หากอาการนี้กลับมาเป็นซ้ำภายใน 2 สัปดาห์
โปรดแจ้งบุคลากรทางการแพทย์หากท่านเคยมีอาการผิดปกติใดๆ หรือมีประวัติการแพ้ยาโคลทริมาโซล (clotrimazole) หรือยาต้านเชื้อรากลุ่มเอโซล (azole antifungals) ตัวอื่น หรือ ส่วนประกอบใด ๆ ในยานี้ รวมทั้งการมีประวัติเคยแพ้สารอื่นๆ เช่น อาหาร สารกันเสียหรือสี เป็นต้น
รายการนี้จัดอยู่ในประเภท 'B' สำหรับสตรีมีครรภ์
จากการศึกษาในสัตว์พบว่ายาไม่มีความเสี่ยงในการทำให้เกิดความผิดปกติของตัวอ่อนในครรภ์ แต่ไม่มีรายงานการศึกษาในมนุษย์ หรือ จากการศึกษาในสัตว์พบว่ายามีความเสี่ยงในการทำให้เกิดความผิดปกติของตัวอ่อนในครรภ์ แต่ไม่พบผลดังกล่าวจากการศึกษาในมนุษย์ ดังนั้น ยาที่จัดอยู่ในประเภทนี้สามารถใช้ในสตรีมีครรภ์ได้ค่อนข้างปลอดภัย
ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยานี้เพราะยังไม่มีการศึกษาผลของยานี้ในสตรีมีครรภ์ในไตรมาสแรก (3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์) แต่การใช้ยานี้มีความปลอดภัยและมีประสิทธิผลในสตรีมีครรภ์ไตรมาสที่สองและสาม อย่างไรก็ตามควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยานี้ในระหว่างการตั้งครรภ์ไตรมาสแรก อีกทั้งการรักษาเป็นเวลา 1 วันและ 3 วันอาจไม่มีประสิทธิผลในระหว่างการตั้งครรภ์
ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าโคลทริมาโซลสำหรับช่องคลอด (clotrimazole vaginal antifungals) สามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมได้หรือไม่ อย่างไรก็ตามยังไม่เคยมีรายงานว่ายานี้ทำให้เกิดปัญหาใดๆ ในเด็กที่ดื่มนมมารดา
ยานี้มีการศึกษาเฉพาะในผู้ใหญ่เท่านั้น จึงไม่มีข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการใช้โคลทริมาโซลสำหรับช่องคลอด (clotrimazole vaginal antifungals) ในเด็กเมื่อเปรียบเทียบกับวัยอื่นๆ อย่างไรก็ตามไม่แนะนำให้ใช้ยานี้ในเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี
ยาหลายชนิดยังไม่มีการศึกษาในผู้สูงอายุ ดังนั้นจึงยังไม่ทราบการทำงานที่แท้จริงของยาว่ามีการทำงานเช่นเดียวกันกับในผู้ป่วยวัยอื่นหรือไม่ รวมทั้งยังไม่ทราบว่ายานี้ทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์, ปัญหาใดๆ ที่แตกต่างกันในผู้สูงอายุหรือไม่เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการเปรียบเทียบการใช้โคลทริมาโซลสำหรับช่องคลอด (clotrimazole vaginal antifungals) ในผู้สูงอายุกับวัยอื่นๆ แต่คาดว่าการใช้ในผู้สูงอายุจะไม่เกิดปัญหาใดๆ ที่แตกต่างจากการใช้ในวัยอื่นๆ
ถึงแม้ว่ายาบางอย่างไม่ควรใช้ร่วมกัน ในบางกรณีที่มียาสองชนิดแตกต่างกันอาจใช้ร่วมกันได้ถึงแม้ว่าอันตรกิริยาอาจเกิดขึ้นก็ตาม ในกรณีนี้แพทย์อาจปรับเปลี่ยนขนาดยาหรืออาจมีข้อควรระวังอื่นๆ ที่จำเป็น เมื่อท่านต้องการใช้โคลทริมาโซลสำหรับช่องคลอด (clotrimazole vaginal antifungals) ท่านต้องแจ้งบุคลากรทางการแพทย์หากท่านกำลังใช้ยาต่อไปนี้อยู่
โปรดอ่านวิธีการใช้โคลทริมาโซลสำหรับช่องคลอด (clotrimazole vaginal antifungals) อย่างละเอียดก่อนใช้ยา
ควรใช้ยานี้ตอนก่อนนอนหรือตามใบสั่งยาของแพทย์ เนื่องจากยาอาจหลุดออกมาอยู่นอกช่องคลอดได้ ดังนั้นอาจใช้ผ้าอนามัยแบบแผ่นบาง ๆ ได้ แต่ห้ามใช้ผ่านามัยแบบสอด (tampon) เพราะจะดูดซึมยาทำให้ฤทธิ์ของยาลดลง
ปกติยานี้ต้องสอดเข้าไปในช่องคลอดโดยอาจใช้อุปกรณ์ช่วยสอด อย่างไรก็ตามหากท่านกำลังตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรว่าสามารถใช้อุปกรณ์ช่วยสอดนี้ได้หรือไม่
เภสัชภัณฑ์สำหรับช่องคลอดรูปแบบยาเหน็บหรือยาเม็ดบางชนิดจะได้รับพร้อมกับครีมหลอดเล็กๆ สำหรับทารอบช่องคลอดหรือบริเวณอวัยวะเพศเพื่อรักษาอาการคัน
เพื่อให้การกำจัดการติดเชื้อดีที่สุด ท่านต้องใช้ยาให้ครบระยะเวลาของการรักษา แม้ว่าอาการของท่านจะดีขึ้นแล้วก็ตามหลังใช้ 2–3 วัน หากท่านหยุดยาเร็วเกินไป อาการอาจเกิดขึ้นได้อีก ดังนั้นไม่ควรลืมใช้ยาและไม่ต้องหยุดยาหากมีประจำเดือนในระหว่างการรักษา
ขนาดยาของโคลทริมาโซลสำหรับช่องคลอด (clotrimazole vaginal antifungals) อาจแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย ควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์ หรือ เภสัชกร หรือ ตามที่ระบุไว้บนฉลากยา
หากท่านลืมใช้ยาให้รีบใช้ยาทันทีที่นึกได้ ถ้าใกล้ถึงการใช้ครั้งต่อไปให้ข้ามไปใช้ครั้งถัดไปโดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่า
หากอาการของท่านไม่ดีขึ้นภายใน 3 วันหรืออาการไม่หายไปภายใน 7 วันหรืออาการยิ่งแย่ลง ควรกลับไปพบแพทย์
เพื่อให้การกำจัดเชื้อสมบูรณ์มากขึ้นอาจใช้เวลาการรักษา 1 วันหรือ 3 วัน อาจนานถึง 7 วัน อย่างไรก็ตามการติดเชื้อที่ช่องคลอดไม่ได้เกิดจากเชื้อราเพียงอย่างเดียว หากมีการกลับเป็นซ้ำภายใน 2 สัปดาห์ ควรกลับไปพบแพทย์
ในขณะใช้ยานี้อาจมีของเหลวไหลออกจากช่องคลอด เพื่อป้องกันไม่ให้ยาเปรอะเปรื้อนเสื้อผ้าของท่านควรรองด้วยกระดาษทิชชูหรือสวมผ้าอนามัย ไม่ควรใช้ผ้าอนามัยแบบสอดระหว่างการรักษาเนื่องจากอาจดูดซับตัวยา
เพื่อช่วยให้การกำจัดเชื้อเป็นไปอย่างสมบูรณ์และช่วยป้องกันไม่ให้กลับเป็นซ้ำ ท่านควรมีสุขลักษณะที่ดีดังนี้
หากท่านมีข้อสงสัยใดๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
การติดเชื้อราไม่สามารถติดต่อทางเพศสัมพันธ์และไม่จำเป็นต้องทำการรักษาคู่นอนของท่าน อย่างไรก็ตามหากคู่นอนของท่านมีอาการคันหรือรู้สึกระคายเคืองที่อวัยวะเพศอาจจำเป็นต้องรักษาด้วยยานี้
หากท่านต้องการใช้อุปกรณ์คุมกำเนิดเช่น ถุงยางอนามัย, หมวกครอบปากมดลูก (diaphragm or cervical cap) ควรใช้หลังจากเสร็จสิ้นการรักษาอย่างน้อย 3 วัน เนื่องจากน้ำมันที่เป็นส่วนประกอบยาต้านเชื้อรากลุ่มเอโซลสำหรับช่องคลอด (azole vaginal antifungals) สามารถทำให้ถุงยางอนามัยอ่อนตัวลงซึ่งอาจทำให้ถุงยางอนามัยแตกระหว่างมีเพศสัมพันธ์ รวมทั้งหมวกครอบปากมดลูก (diaphragm or cervical cap) อาจแตกได้เร็วง่ายขึ้น ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรว่ายาที่ท่านใช้สามารถใช้อุปกรณ์คุมกำเนิดเหล่านี้ได้หรือไม่
ยาอาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์บางอย่างที่ไม่ต้องการ ซึ่งอาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดกับผู้ใช้ยาทุกราย แต่หากเกิดอาการไม่พึงประสงค์ขึ้นควรได้รับการรักษาที่เหมาะสม
ก. ควรพบแพทย์ทันที หากมีอาการไม่พึงประสงค์ต่อไปนี้เกิดขึ้น
พบน้อย
พบน้อยมาก
ข. อาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา อาการไม่พึงประสงค์เหล่านี้จะหายไปในระหว่างการรักษาเนื่องจากร่างกายจะปรับตัวเข้ากับยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรถ้าอาการไม่พึงประสงค์เหล่านี้เกิดขึ้นติดต่อกันนานหรือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของท่าน
พบน้อยหรือน้อยมาก
ค. อาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้อาจเกิดขึ้นในผู้ป่วยบางราย หากท่านสังเกตเห็นอาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
ยานี้จัดอยู่ในกลุ่มยาต่อไปนี้
ยานี้มีชื่อทางการค้าต่อไปนี้
Gyno-Clotrin (ไกโน-โคลตริน), Gynosten 500 (ไกโนสเทน 500), Kenet - 100 (เคเนท - 100), Klamacin (ครามาซิน), Manomazole (มาโนมาโซล), Mycoda (ไมโคด้า), Mycoril 500, Nestic Vaginal Tablet (เนสติค ชนิดเม็ดสำหรับช่องคลอด), P -- Gyzole (พี -- ไกโซล), Vagizole (วาไจโซล), Gynestin (ไกเนสติน)
ข้อมูลนี้ไม่สมบูรณ์ ยานี้อาจจะยังมีชื่อทางการค้าอื่นที่ไม่ได้แสดงในนี้ หรือชื่อทางการค้าที่แสดงในนี้อาจจะไม่อนุญาตให้จำหน่ายแล้ว
ยานี้มีชื่อภาษาไทยอื่นที่มีการใช้ดังต่อไปนี้
ข้อมูลนี้ไม่สมบูรณ์ ยานี้อาจจะยังมีชื่อภาษาไทยอื่นที่อาจมีการใช้ ซึ่งไม่ได้แสดงในนี้