อ่าน: 903
Small_font Large_font

Budesonide and Formoterol (Inhalation) (ยาสูตรผสมบูเดโซไนด์และฟอร์โมเทอรอลชนิดสูดพ่น)

คำอธิบายพอสังเขป

ยาสูตรผสมบูเดโซไนด์และฟอร์โมเทอรอลชนิดสูดพ่น ประกอบด้วยบูเดโซไนด์ (budesonide) และฟอร์โมเทอรอล (formoterol) ซึ่งมีกลไกการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกัน แต่จะช่วยเสริมฤทธิ์กันในการลดการกำเริบของโรคหอบหืด ดังนี้

  • บูเดโซไนด์ชนิดสูดพ่น (inhaled budesonide) เป็นยาในกลุ่มคอร์ติโคสเตอรอยด์ (corticosteroids) หรือ สเตอรอยด์ หรืออาจเรียกว่าสั้น ๆ ว่า “สเตียรอยด์” ยานี้ออกฤทธิ์ในการลดการอักเสบของหลอดลม ซึ่งมีผลทำให้ผู้ป่วยโรคหอบหืดมีอาการลดลง และป้องกันไม่ให้มีการกำเริบของอาการหอบหืด
  • ฟอร์โมเทอรอล (formoterol) เป็นยาในกลุ่มกระตุ้นตัวรับเบต้าชนิดที่สอง (beta2- adrenergic agonist) ที่ออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจง ยานี้จะทำให้กล้ามเนื้อเรียบของหลอดลมคลายตัวในผู้ป่วยที่มีการอุดกั้นของหลอดลมแบบกลับคืนได้ (reversible)

ข้อบ่งใช้ในการรักษา
โรคหอบหืด (asthma)

  • ใช้รักษาผู้ป่วยโรคหอบหืดที่จำเป็นต้องใช้ยาคอร์ติโคสเตอรอยด์ชนิดสูดพ่นและยาขยายหลอดลมที่ออกฤทธิ์นาน

โรคถุงลมปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD)

  • ใช้รักษาอาการของผู้ป่วยโรคถุงลมปอดอุดกั้นเรื้อรังขั้นรุนแรง และผู้ป่วยที่มีอาการกำเริบของโรคขึ้นอีกแม้ว่าจะได้ใช้ยาขยายหลอดลมที่ออกฤทธิ์นานอยู่เป็นประจำเพื่อควบคุมอาการของโรคแล้วก็ตาม

ยามีจำหน่ายในรูปแบบ

  • ยาผงสำหรับสูดในเครื่องสูดเทอร์บูเฮเล่อร์ (Turbuhaler)

ก่อนการใช้ยา

การแพ้ยา

โปรดแจ้งบุคลากรทางการแพทย์หากท่านเคยมีอาการผิดปกติใด ๆ หรือมีประวัติการแพ้ยาบูเดโซไนด์ (budesonide) หรือยาในกลุ่มคอร์ติโคสเตอรอยด์ (corticosteroids) หรือ ฟอร์โมเทอรอล (formoterol) หรือยาในกลุ่มกระตุ้นตัวรับเบต้าชนิดที่สอง (beta2- adrenergic agonist)หรือส่วนประกอบใด ๆ ในยานี้ รวมทั้งการมีประวัติเคยแพ้สารอื่น ๆ เช่น อาหาร, สารกันเสีย, สี เป็นต้น

อาหารและเครื่องดื่มที่ต้องระวัง

ท่านสามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติเว้นแต่ว่าแพทย์ได้แจ้งท่านเป็นอย่างอื่น

ตั้งครรภ์

ABCDX

รายการนี้จัดอยู่ในประเภท 'C' สำหรับสตรีมีครรภ์

จากการศึกษาในสัตว์พบว่ายาทำให้เกิดความผิดปกติต่อตัวอ่อนในครรภ์ แต่ไม่มีรายงานการศึกษาที่ควบคุมอย่างดีในมนุษย์ หรือ ไม่มีรายงานการศึกษาในมนุษย์และสัตว์ถึงผลของยาต่อตัวอ่อนหรือทารกในครรภ์ ดังนั้น ควรใช้ยานี้เมื่อมีการประเมินแล้วว่าจะเกิดประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงในการเกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์

ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอเกี่ยวกับการใช้ยาฟอร์โมเทอรอล(formoterol) รักษาโรคหอบหืดในสตรีมีครรภ์ การศึกษาในสัตว์พบว่ายาฟอร์โมเทอรอลอาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ต่อระบบสืบพันธุ์เมื่อใช้ยาในระดับสูงมาก ๆ

ข้อมูลจากสตรีมีครรภ์ประมาณ 2,000 รายที่ใช้ยายาบูเดโซไนด์ชนิดสูด (inhaled budesonide) ไม่พบว่ายานี้ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดความพิการของทารก (teratogenic risk) เพิ่มขึ้น การศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่ายาคอร์ติโคสเตอรอยด์อาจทำให้เกิดความผิดปกติของตัวอ่อนได้ เช่น ตัวอ่อนในมดลูกเติบโตช้า แต่ยังไม่มีรายงานผลเช่นนี้ในคนเมื่อใช้ยานี้ในขนาดที่แนะนำ

สตรีตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยานี้

กำลังให้นมบุตร

ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการกระจายของยาฟอร์โมเทอรอล (formoterol) หรือบูเดโซไนด์ (budesonide) ผ่านเข้าไปในน้ำนมของมนุษย์ อย่างไรก็ตามการศึกษาในหนูทดลองมีการตรวจพบยาฟอร์โมเทอรอลในปริมาณเล็กน้อยในน้ำนม ดังนั้นสตรีระยะให้นมบุตรควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยานี้

เด็ก

  • ยังไม่มีการพิสูจน์ถึงความปลอดภัย และประสิทธิผลของการใช้ยาสูตรผสมบูเดโซไนด์และฟอร์โมเทอรอลชนิดสูดพ่น (inhaled budesonide and formoterol) ในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี
  • การใช้คอร์ติโคสเตอรอยด์ (corticosteroids) มากเกินไปหรือใช้รักษาเป็นระยะเวลานานอาจทำให้การเจริญเติบโตของเด็กหยุดชะงัก
  • การใช้ยาพ่นสูดในเด็ก ควรมีผู้ใหญ่ดูแลกำกับ เพื่อให้แน่ใจว่าขนาดและวิธีการใช้ยาถูกต้องและตรงตามที่แพทย์สั่ง

ผู้สูงอายุ

ควรระมัดระวังการใช้ยาสูตรผสมบูเดโซไนด์และฟอร์โมเทอรอลชนิดสูดพ่น (inhaled budesonide and formoterol) ในผู้ป่วยสูงอายุที่มีโรคหัวใจและหลอดเลือดร่วมด้วย เนื่องจากอาจเกิดอาการไม่พึงสงค์จากยาฟอร์โมเทอรอล (formoterol) ได้

ยาอื่นที่ใช้อยู่

ถึงแม้ว่ายาบางอย่างไม่ควรใช้ร่วมกัน ในบางกรณีที่จำเป็นอาจใช้ร่วมกันได้ถึงแม้ว่าอันตรกิริยาอาจเกิดขึ้นก็ตาม โดยแพทย์อาจปรับเปลี่ยนขนาดยาหรืออาจมีข้อควรระวังอื่น ๆ ที่จำเป็น โปรดแจ้งบุคลากรทางการแพทย์หากท่านกำลังใช้ยาสูดพ่นร่วมกับยาสูตรผสมบูเดโซไนด์และฟอร์โมเทอรอลชนิดสูดพ่น (inhaled budesonide and formoterol) หรือรับประทานยาอื่น ๆ เช่น

อะซีบูโทลอล (acebutolol) แอลพรีโนลอล (alprenolol)
อะมิโอดาโรน (amiodarone) อะมิทริปไทลีน (amitriptyline)
อะมอกซาพีน (amoxapine) อะทีโนลอล (atenolol)
ไบโวโพรลอล (bisoprolol) บูโพรเพียน (bupropion)
คาร์วีไดลอล (carvedilol) คลาริโทรมัยซิน (clarithromycin)
เดซิพรามีน (desipramine) อีริโทรมัยซิน (erythromycin)
อิมมิพรามีน (imipramine) อิทราโคนาโซล (itraconazole)
คีโทโคนาโซล (ketoconazole) ลาเบทาลอล (labetalol)
ไลนีโซลิด (linezolid) เมโทโพรลอล (metoprolol)
นาโดลอล (nadolol) นอร์ทริปไทลีน (nortriptyline)
พินโดลอล (pindolol) โพรคาร์บาซีน (procarbazine)
โพรพราโนลอล (propranolol) ซีลีจิลีน (selegiline)
โซทาลอล (sotalol) ทิโมลอล (timolol)

อาจมียาอีกหลายชนิดที่ไม่ควรใช้ร่วมกับยาสูตรผสมบูเดโซไนด์และฟอร์โมเทอรอลชนิดสูดพ่น (inhaled budesonide and formoterol)ควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบว่าท่านกำลังใช้ยาใดอยู่ในขณะนี้

ภาวะโรคร่วม

ปัญหาความเจ็บป่วยอื่นที่ท่านเป็นอยู่อาจส่งผลต่อการใช้ยาสูตรผสมบูเดโซไนด์และฟอร์โมเทอรอลชนิดสูดพ่น (inhaled budesonide and formoterol) ควรแจ้งแพทย์หากท่านมีภาวะเหล่านี้ร่วมด้วย เช่น

  • โรคตับ
  • โรคต้อหิน
  • ภาวะไทรอยด์(hypothyroidism)
  • กระดูกพรุน
  • วัณโรค
  • เบาหวาน
  • ระดับโพแทสเซียมในเลือดต่ำที่ยังไม่ได้รับการรักษา
  • ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูงมาก
  • ผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดโป่งพอง
  • โรคหัวใจ

การใช้ที่ถูกต้อง

ขั้นตอนการใช้ยารูปแบบเทอร์บูเฮเล่อร์ (Turbuhaler)
คำแนะนำในการใช้เครื่องสูดยา
โปรดอ่านคำแนะนำในการใช้เครื่องสูดยาให้ละเอียดก่อนเริ่มใช้ยา

เทอร์บูเฮเล่อร์ (Turbuhaler) เป็นเครื่องสูดยาที่บรรจุผงยาไว้ให้สูดได้หลายครั้ง ซึ่งผงยาที่สูดออกมามีปริมาณน้อยมาก ในขณะที่หายใจเข้าผ่านเทอร์บูเฮเล่อร์ ผงยาจะถูกสูดเข้าไปในปอด ข้อสำคัญในการใช้ยาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ท่านจะต้อง สูดยาเข้าไปโดยแรงและลึก ผ่านปากกระบอกของเครื่องเทอร์บูเฮเล่อร์

การเตรียมเครื่องสูดยาใหม่ให้พร้อมใช้
ก่อนการใช้เทอร์บูเฮเล่อร์ (Turbuhaler) ใหม่เป็นครั้งแรกจะต้องปรับเครื่องให้พร้อมที่จะใช้

  1. คลายเกลียวและเอาฝาครอบออก จะได้ยินเสียงขณะคลายเกลียวฝาครอบ
  2. จับกระบอกยาในแนวตั้ง โดยให้ฐานอยู่ด้านล่าง ไม่ควรจับปากกระบอกยาเมื่อหมุนฐานกระบอกยา
  3. หมุนฐานกระบอกยาไปด้านหนึ่งจนสุดและหมุนกลับไปอีกด้านหนึ่งจนสุด สามารถหมุนไปทางด้านใดก่อนก็ได้ จะได้ยินเสียงคลิกในขณะหมุนฐานกระบอกยา ทำตามขั้นตอนนี้จำนวนสองครั้ง
  4. ขณะนี้เครื่องสูดยาพร้อมที่จะใช้งาน การปรับเครื่องสูดยานี้ไม่จำเป็นต้องทำซ้ำในกรณีที่ไม่ได้ใช้เทอร์บูเฮเล่อร์อยู่เป็นประจำ การสูดยาควรทำตามคำแนะนำด้านล่างนี้

วิธีใช้เทอร์บูเฮเล่อร์ (Turbuhaler)
สำหรับการสูดยา 1 ครั้ง ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้

  1. คลายเกลียวและเอาฝาครอบออก จะได้ยินเสียงขณะคลายเกลียวฝาครอบ
  2. จับกระบอกยาในแนวตั้ง โดยให้ฐานอยู่ด้านล่างไม่ควรจับปากกระบอกยาเมื่อหมุนฐานกระบอกยา
  3. เพื่อบรรจุผงยาลงในเครื่องสูดยา ให้หมุนฐานกระบอกยาไปด้านหนึ่งจนสุดและหมุนกลับไปอีกด้านหนึ่งจนสุด สามารถหมุนไปทางด้านใดก่อนก็ได้ จะได้ยินเสียงคลิกในขณะหมุนฐานกระบอกยา
  4. หายใจออกช้า ๆ จนสุด อย่าหายใจออกในขณะอมปากกระบอกยา
  5. อมปากกระบอกยา โดยให้ปากกระบอกยาอยู่ระหว่างฟันบนและฟันล่าง หุบริมฝีปากให้สนิทแล้วหายใจเข้า โดยแรงและลึก ทางปาก อย่าเคี้ยวหรือกัดปากกระบอกยา
  6. เอาปากกระบอกยาออกจากปาก หุบปากแล้วหายใจออกอย่างช้า ๆ
  7. หากแพทย์สั่งให้สูดยามากกว่า 1 ครั้งให้ทำซ้ำในข้อ 2-5
  8. ปิดฝาครอบกระบอกยา โดยหมุนเกลียวฝาครอบให้แน่น
  9. บ้วนปากด้วยน้ำ แล้วบ้วนน้ำทิ้ง แต่อย่ากลืน เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดเชื้อราในช่องปาก

อย่าพยายามถอดปากกระบอกยาออก เนื่องจากกระบอกยาจะติดแน่นกับเครื่องสูดยา ปากกระบอกยาสามารถหมุนได้ แต่ไม่ควรบิดไปมาถ้าไม่จำเป็น

ควรเปลี่ยนเครื่องสูดยาเมื่อใด

  1. ตัวชี้บอกจำนวนยา บอกจำนวนการสูดยาที่เหลืออยู่โดยประมาณในเครื่องสูดยา โดยเริ่มจาก 60 หรือ 120 ครั้ง เมื่อเครื่องสูดยาบรรจุยาเต็ม
  2. ตัวชี้บอกจำนวนยาจะบอกจำนวนการสูดยาที่เหลืออยู่เป็นช่วง ๆ ช่วงละ 10 ครั้ง ดังนั้นจึงไม่สามารถแสดงจำนวนครั้งที่เหลือหลังจากการสูดยาในแต่ละครั้ง
  3. ท่านสามารถมั่นใจได้ว่าได้สูดยาเข้าไปแล้ว แม้ว่าจะไม่เห็นการเคลื่อนที่ของตัวชี้บอกจำนวนยา
  4. เมื่อจำนวนการสุดยาเหลืออยู่ 10 ครั้ง พื้นของตัวชี้บอกจำนวนยาจะเป็นสีแดง เมื่อเลขศูนย์ปรากฏอยู่ตรงกลางช่อง ถึงเวลาที่ท่านควรเปลี่ยนเครื่องสูดยาแล้ว
  5. เมื่อเลขศูนย์ปรากฏอยู่ตรงกลางช่อง ท่านยังสามารถหมุนฐานกระบอกยาได้ อย่างไรก็ตามตัวชี้บอกจำนวนยาจะไม่เคลื่อนที่ และเลขศูนย์จะยังคงปรากฏอยู่ตรงกลางช่อง

การทำความสะอาด
เช็ดภายนอกปากกระบอกยาอย่างสม่ำเสมอ ด้วยกระดาษทิชชูที่แห้ง ห้ามใช้น้ำทำความสะอาดปากกระบอกยา

เนื่องจากผงยาที่สูดเข้าไปมีปริมาณน้อยมาก ท่านอาจไม่รู้รสของยาเมื่อสูดยา อย่างไรก็ตามท่านสามารถมั่นใจได้ว่าได้สูดยาเข้าไปแล้ว หากท่านปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างถูกต้อง

ถ้าท่านทำขั้นตอนการบรรจุผงยาลงในเครื่องสูดยามากกว่าหนึ่งครั้งก่อนการสูดยา ท่านจะยังคงได้รับขนาดยาเท่ากับการสูดหนึ่งครั้ง แต่ตัวชี้บอกจำนวนยาที่เหลือจะนับจำนวนการสูดยาเท่ากับจำนวนครั้งที่ทำขั้นตอนการบรรจุผงยาลงในเครื่อง

เสียงที่ได้ยินเมื่อเขย่าเครื่องสูดยาไม่ได้เกิดจากยา แต่เป็นเสียงของสารดูดความชื้น

ขนาดยา

ขนาดยาของยาสูตรผสมบูเดโซไนด์และฟอร์โมเทอรอลชนิดสูดพ่น (inhaled budesonide and formoterol) แตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย ควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรหรือตามที่ฉลากระบุ
จำนวนครั้งของการสูดพ่นยาในแต่ละวัน, ระยะห่างของการสูดพ่นยาในแต่ละครั้ง, ระยะเวลาที่ใช้ยาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค

เมื่อลืมใช้ยา

หากท่านลืมสูดพ่นยาให้รีบสูดพ่นยาทันทีที่นึกได้ ถ้าใกล้ถึงครั้งต่อไปให้ข้ามครั้งที่ลืมและสูดพ่นยาต่อในครั้งถัดไปในขนาดยา ปกติ โดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่า

การเก็บรักษา

  • เก็บยาให้พ้นมือเด็ก
  • เก็บยาให้ห่างจากความชื้น เนื่องจากยาเป็นผงแห้ง
  • เก็บให้ห่างจากความร้อนและหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรง
  • ห้ามใช้ยาหลังวันสิ้นอายุของยาที่แสดงไว้บนฉลาก หากไม่ระบุเป็นอย่างอื่น วันสิ้นอายุของยา หมายถึง วันสุดท้ายของเดือนที่แสดงบนฉลาก

ข้อควรระวัง

ควรไปพบแพทย์ตามนัด หากต้องใช้ยานี้เป็นระยะเวลานาน

  • หากท่านรู้สึกว่าการรักษาไม่ได้ผล ควรไปพบแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุ อาจเป็นเพราะใช้ยาผิดวิธี หรือควบคุมอาการไม่ได้ แพทย์อาจประเมินการรักษาใหม่ โรคหอบหืดหรือโรคถุงลมปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ที่ควบคุมอาการไม่ได้อย่างเฉียบพลัน และมีอาการทรุดลงอย่างรวดเร็วอาจมีอันตรายถึงชีวิต โดยแพทย์อาจพิจารณาเพิ่มขนาดยาของคอร์ติโคสเตอรอยด์ชนิดสูดพ่นให้สูงขึ้น หรือให้ยาคอร์ติโคสเตอรอยด์ชนิดรับประทาน หรือให้ยาปฏิชีวนะในกรณีที่มีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจร่วมด้วย
  • ควรใช้ยาอย่างต่อเนื่อง ตามแพทย์สั่งเป็นประจำทุกวันแม้ว่าจะไม่มีอาการของโรคหอบหืดก็ตาม
  • ยาสูตรผสมบูเดโซไนด์และฟอร์โมเทอรอลชนิดสูดพ่น (inhaled budesonide and formoterol) อาจทำให้เกิดผลตรงข้ามคือเกิดหลอดลมหดเกร็งได้ โดยผู้ป่วยจะหายใจมีเสียงหวีดเพิ่มขึ้นทันทีหลังจากสูดยา ถ้าเป็นเช่นนั้นควรหยุดยา และไปพบแพทย์ทันที
  • การสูดพ่นยาคอร์ติโคสเตอรอยด์ อาจมีผลกระทบต่อร่างกายได้ โดยเฉพาะการใช้ยาในขนาดสูงติดต่อกันเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตามการรักษาโดยวิธีสูดพ่นยาอาจเกิดผลกระทบต่อร่างกายน้อยกว่าการรับประทานยาคอร์ติโคสเตอรอยด์มาก ผลที่อาจเกิดขึ้นได้แก่ การกดการทำงานของต่อมหมวกไต, การเจริญเติบโตช้าในเด็กและวัยรุ่น , การลดความหนาแน่นของกระดูก, ต้อกระจกและต้อหิน เป็นต้น
  • เด็กที่ได้รับการรักษาด้วยยาคอร์ติโคสเตอรอยด์ชนิดสูดพ่นเป็นเวลานาน ควรไปพบแพทย์เพื่อติดตามวัดความสูงของเด็ก ถ้าการเจริญเติบโตของเด็กช้าลง แพทย์อาจประเมินการรักษา ปรับลดขนาดยาลง และพิจารณาประโยชน์ของการใช้ยาและความเสี่ยงของการกดการเจริญเติบโต
  • การใช้ยาในขนาดสูงเป็นระยะเวลานาน อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน
  • เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดติดเชื้อราแคนดิดา (candida) ในช่องปากและคอหอย ผู้ป่วยควรบ้วนปากด้วยน้ำทุกครั้งหลังสูดยา
  • ควรระมัดระวังการใช้ยาในผู้ป่วยโรคคอพอกเป็นพิษ (thyrotoxicosis), เนื้องอกที่ต่อมหมวกไตหรือนอกหมวกไตที่มีการหลั่งสารแคทีโคลามีนมากเกินไป (phaeochromocytoma), เบาหวาน, ผู้ป่วยภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำที่ยังไม่ได้รับการรักษา, โรคกล้ามเนื้อหัวใจที่มีกล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติ (hypertrophic obstructive cardiomyopathy), เอออร์ต้าตีบโดยไม่ทราบสาเหตุ (idiopathic subvavular aortic srenosis), ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูงมาก, ผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดโป่งพอง หรือมีอาการของโรคหัวใจอย่างรุนแรง เช่น โรคหัวใจขาดเลือด, หัวใจเต้นผิดจังหวะและเต้นเร็ว (tachyarrhythmias) หรือหัวใจวาย ควรระมัดระวังการใช้ยาในผู้ป่วยที่มีคลื่นหัวใจผิดปกติที่มีช่วงของคิวทีซี (QTc-interval) ยาว เพราะยาฟอร์โมเทอรอล (formoterol) อาจทำให้ ช่วงของคิวทีซียาวเพิ่มขึ้นจากเดิมได้
  • ควรระมัดระวังการใช้ยาในกรณีผู้ป่วยมีเชื้อวัณโรคปอด ติดเชื้อราและไวรัสในระบบทางดินหายใจ

อาการไม่พึงประสงค์

ยาอาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์บางอย่างที่ไม่ต้องการ ถึงแม้ว่าอาการไม่พึงประสงค์ต่อไปนี้อาจไม่ได้เกิดขึ้นทั้งหมด แต่หากเกิดอาการไม่พึงประสงค์ขึ้นควรได้รับการรักษาที่เหมาะสม
ก. พบแพทย์ทันทีหากมีอาการต่อไปนี้
พบน้อย

  • หายใจได้สั้น
  • แน่นหน้าอก
  • หน้าบวมตาบวม

ข. พบแพทย์โดยเร็วหากมีอาการต่อไปนี้
พบไม่บ่อย

  • มีจ้ำเลือด
  • ปัสสาวะเป็นเลือด
  • ฝ้าขาวในช่องปาก
  • หัวใจเต้นเร็ว
  • กล้ามเนื้อเป็นตะคริว
  • กายใจไม่สงบ
  • น้ำหนักเพิ่มขึ้น
  • ปวดท้อง
  • แขนขาบวม
  • สั่น

พบน้อย

  • อุจจาระเป็นเลือด
  • ตาพร่า การมองเห็นเปลี่ยนไป
  • ไข้
  • การเจริญเติบโตช้าลงในเด็ก
  • หน้ากลม มีโหนกที่คอ
  • ผิวหนังมีสีเข้ม
  • เบื่ออาหาร
  • ประจำเดือนมาผิดปกติ

ค. อาการไม่พึงประสงค์อื่นๆ อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา อาการไม่พึงประสงค์เหล่านี้จะหายไปในระหว่างการรักษาหรือหยุดยาไปแล้วเนื่องจากร่างกายจะปรับตัว เข้ากับยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรถ้าอาการไม่พึงประสงค์เหล่านี้เกิดขึ้นติดต่อกันนาน หรือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของท่าน
พบบ่อย

  • ไอ
  • ปากแห้ง คอแห้ง
  • ปวดศีรษะ
  • เจ็บคอ
  • เสียงแหบ

พบไม่บ่อย หรือพบน้อย

  • ท้องผูก
  • เลือดกำเดาไหล
  • นอนไม่หลับ

กลุ่มยา

ยานี้จัดอยู่ในกลุ่มยาต่อไปนี้

ชื่อทางการค้า

ยานี้มีชื่อทางการค้าต่อไปนี้

Symbicort forte Turbuhaler (ซิมบิคอร์ท ฟอร์ท เทอร์บูเฮเล่อร์), Symbicort Turbuhaler (ซิมบิคอร์ท เทอร์บูเฮเล่อร์)

ข้อมูลนี้ไม่สมบูรณ์ ยานี้อาจจะยังมีชื่อทางการค้าอื่นที่ไม่ได้แสดงในนี้ หรือชื่อทางการค้าที่แสดงในนี้อาจจะไม่อนุญาตให้จำหน่ายแล้ว

แหล่งอ้างอิง

  1. กองควบคุมยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข. สืบค้นทะเบียนยาสามัญสำหรับยาเดี่ยว. Budesonide. Available at: http://wwwapp1.fda.moph.go.th/ed2547/?url=14 Access Date: Oct 12, 2010.
  2. British Medical Association and Royal Pharmaceutical Society of Great Britain. British National Formulary. 57th ed. (March, 2009) BMJ Publishing Group Ltd., London, 388-392.
  3. Dailymed current medication information. Budesonide. Available at: http://dailymed.nlm.nih.gov/dailymed/drugInfo.cfm?id=19591 Access Date: Feb 11, 2011.
  4. DRUGDEX® System:Klasco RK (Ed): DRUGDEX® System (electronic version). Thomson Micromedex, Greenwood Village, Colorado, USA. Available at: http://www.thomsonhc.com (cited: Jan 7, 2010.).
  5. MedlinePlus Trusted Health Information for You. Corticosteroids (Inhalation) Available at http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/druginfo/drug_Aa.html. Access Date: March 17, 2005.
  6. Product Information: Symbicort® Turbuhaler®, Budesonide/Formoterol. AstraZeneca (Thailand) revised in line with a decision by the Corporate Medical Affairs Board (CMAB): 2003
  7. The Merck Manuals Online medical Library The Merck Manual for Healthcare Professionals: Budesonide Drug Information Provided by Lexi-Comp. Available at: http://www.merckmanuals.com/professional/lexicomp/budesonide.html Access Date: Feb 11, 2011.

ไตรรัตน์ แก้วเรือง
โพยม วงศ์ภูวรักษ์
11 กุมภาพันธ์ 2554 30 มีนาคม 2554
เพื่อนแนะนำ : เงินด่วน 30 นาทีถูกกฎหมาย, เราชนะรอบ 4, ยืมเงิน 3000 ด่วน, แอพผ่อนของ, กู้เงิน, สมัครบัตรเครดิต, สินเชื่อไม่เช็ค บูโรถูกกฎหมาย