ค้นหาโรคและความเจ็บป่วย / อาการ
อ่าน: 2867
เลือดออกทางช่องคลอดระหว่างตั้งครรภ์ (Vaginal bleeding in pregnancy)
ภาวะเลือดออกทางช่องคลอดในหญิงตั้งครรภ์ (vaginal bleeding in pregnancy) คือ ภาวะที่มีอาการเลือดออกทางช่องคลอดในระหว่างการตั้งครรภ์ที่อายุครรภ์เท่าใดก็ได้ แต่พบบ่อยในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ โดยหญิงตั้งครรภ์แต่ละรายอาจมีอาการแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรง คือ อาจมีอาการแค่เลือดออกกระปริดกระปรอยทางช่องคลอด พอเปื้อนชุดชั้นใน, หรือมีเลือดสดออกปริมาณมาก หรือเป็นลิ่มเลือด เป็นต้น
ภาวะเลือดออกทางช่องคลอดในหญิงตั้งครรภ์ ถือเป็นอาการผิดปกติที่พบได้บ่อยในระหว่างการตั้งครรภ์ โดยมีสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่สาเหตุที่ไม่อันตรายและไม่จำเป็นต้องรักษา ไปจนถึงสาเหตุที่อาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตของมารดาและทารกในครรภ์
สาเหตุของภาวะเลือดออกทางช่องคลอดในหญิงตั้งครรภ์มีได้หลายสาเหตุ ส่วนใหญ่มักแบ่งตามอายุครรภ์ขณะที่มีอาการเลือดออกทางช่องคลอด คือ
1. เลือดออกทางช่องคลอดในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ (อายุครรภ์น้อยกว่า 3 เดือน) : สาเหตุที่พบบ่อย คือ
- ตั้งครรภ์ไข่ปลาอุก (molar pregnancy) : เกิดจากเซลล์ของรกเจริญแบ่งตัวผิดปกติ คือ ในภาวะปกติ หลังจากไข่ได้รับการปฏิสนธิกับอสุจิแล้ว จะมีเซลล์ชั้นนอกเจริญเติบโตเป็นรก รูปร่างคล้ายนิ้วมือ เพื่อฝังตัวเข้าไปรับสารอาหารจากโพรงมดลูกมาเลี้ยงตัวอ่อน แต่ในกรณีที่เป็นการตั้งครรภ์ไข่ปลาอุก เซลล์จะเปลี่ยนจากรูปร่างคล้ายนิ้วมือ กลายเป็นถุงน้ำเล็กๆ จำนวนมากอยู่ในโพรงมดลูก ดูคล้ายไข่ปลา —> ผู้ป่วยมักจะมีอาการจากฮอร์โมนการตั้งครรภ์ Beta HCG สูงกว่าปกติ (เช่น แพ้ท้องรุนแรงกว่าปกติ, มีการทำงานของต่อมไทรอยด์สูงกว่าปกติ) ร่วมกับมีอาการเลือดออกทางช่องคลอดตอนอายุครรภ์ประมาณ 9 -16 สัปดาห์ โดยเลือดที่ออกทางช่องคลอดมักมีสีแดงคล้ำ และอาจมีชิ้นเนื้อคล้ายเม็ดสาคูออกมาด้วย
- ตั้งครรภ์นอกมดลูก (ectopic pregnancy) : เป็นความผิดปกติที่เกิดจากตัวอ่อนที่ได้รับการปฏิสนธิแล้ว ไม่ไปฝังตัวในโพรงมดลูกตามปกติ แต่ไปฝังตัวที่ส่วนอื่นในช่องท้อง บริเวณที่พบบ่อย คือ ท่อนำไข่, ปากมดลูกและในช่วงท้อง —> ผู้ป่วยมักจะมีอาการเลือดออกทางช่องคลอดตอนอายุครรภ์ประมาณ 5-6 สัปดาห์ (ผู้ป่วยบางรายอาจยังไม่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์แล้ว) โดยมักมีอาการมีเลือดสีแดงคล้ำ ออกกระปริดกระปรอยทางช่องคลอด ร่วมกับมีอาการปวดที่ท้องน้อยข้างใดข้างหนึ่ง
- แท้งบุตร (abortion) : คือ การสิ้นสุดการตั้งครรภ์ก่อนถึงระยะที่ทารกที่คลอดออกมาจะสามารถเลี้ยงดูให้รอดชีวิตได้ ในประเทศไทยใช้เกณฑ์ที่อายุครรภ์น้อยกว่า 28 สัปดาห์ —> ผู้ป่วยมักจะมีอาการเลือดออกทางช่องคลอด ร่วมกับอาจมีชิ้นเนื้อคล้ายพุงปลาออกมาช่องคลอด หรือปวดหน่วงท้องน้อยร่วมด้วยได้
2. เลือดออกทางช่องคลอดในช่วงไตรมาสที่สองและสามของการตั้งครรภ์ (อายุครรภ์ 3 -6 เดือน และอายุครรภ์มากกว่า 6 เดือน ตามลำดับ) : สาเหตุที่พบบ่อย คือ
- ภาวะรกเกาะต่ำ (placenta previa) : หมายถึง ภาวะที่รกเกาะในโพรงมดลูกในตำแหน่งที่ต่ำกว่าปกติ คือ ปกติรกจะเกาะที่ด้านบนของโพรงมดลูก แต่ในหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะรกเกาะต่ำ รกจะเกาะอยู่ที่ด้านล่างของโพรงมดลูก ใกล้กับปากมดลูกหรือปิดคลุมปากมดลูก ซึ่งเป็นทางออกของทารกในครรภ์เวลาคลอด —> ผู้ป่วยมักจะมีเลือดสีแดงสดออกทางช่องคลอด โดยไม่มีอาการปวดท้องจากมดลูกหดรัดตัว โดยอาการเลือดออกทางช่องคลอดในครั้งแรกมักมีปริมาณไม่มากและหยุดได้เองเป็นอาการเตือนก่อน หลังจากนั้นจะมีเลือดสีแดงสดออกทางช่องคลอดปริมาณมากตามมา โดยไม่มีอาการเตือนนำมาก่อน
- ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด (abruption placenta) : หมายถึง ภาวะที่รกซึ่งเกาะอยู่ที่ตำแหน่งปกติ เกิดการลอกตัวก่อนถึงเวลาเจ็บครรภ์คลอด —> ผู้ป่วยมักจะมีเลือดสีแดงคล้ำออกทางช่องคลอดปริมาณมาก ร่วมกับมีอาการปวดและกดเจ็บบริเวณท้อง เนื่องจากมีการหดรัดตัวของมดลูกร่วมด้วย
- ภาวะมดลูกแตก (Uterine rupture) : มักพบในรายที่เคยมีแผลเป็นที่มดลูกมาก่อน (เช่น เคยผ่าท้องคลอด, เคยผ่าตัดมดลูก เป็นต้น) หรือเคยตั้งครรภ์มาแล้วหลายครั้ง ทำให้มดลูกไม่แข็งแรก จึงเกิดภาวะมดลูกแตกเวลาที่มดลูกบีบตัวมากๆ ตอนใกล้คลอด —> ผู้ป่วยจะมีอาการเตือนก่อนที่มดลูกจะแตก คือ ปวดท้องและกดเจ็บที่มดลูกมาก จากมดลูกบีบตัวอย่างมาก หลังจากนั้นถ้ารักษาไม่ทัน จะทำให้เกิดภาวะมดลูกแตก ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องลดลง แต่จะมีเลือดออกทางช่องคลอดและในช่องท้อง ร่วมกับคลำได้ส่วนของทารกทางหน้าท้องได้ชัดเจนมากขึ้น
- ภาวะเส้นเลือดแดงของรกหรือสายสะดือฉีกขาด (Rupture vasa previa) : เกิดจากทารกในครรภ์มีหลอดเลือดแดงของรกหรือสายสะดือ พาดผ่านผิดปกติที่บริเวณปากมดลูก (ในหญิงตั้งครรภ์ปกติจะไม่พบเส้นเลือดนี้) ทำให้เส้นเลือดนี้กลายเป็นส่วนนำเวลาคลอดแทนศีรษะของทารก เมื่อถึงเวลาที่มารดามีอาการเจ็บครรภ์คลอด การบีบตัวของมดลูกจะทำให้เส้นเลือดที่ผิดปกตินี้เกิดการฉีกขาดได้ ความสำคัญของโรคนี้ คือ เส้นเลือดที่ผิดปกตินี้เป็นเส้นเลือดแดงของทารกในครรภ์ ดังนั้นการมีเลือดออกถึงแม้ปริมาณไม่มาก ก็อาจทำให้ทารกในครรภ์เสียชีวิตได้ เพราะทารกในครรภ์มีปริมาณเลือดในร่างกาย แค่ 250 มิลลิลิตร —> ผู้ป่วยมักมีอาการเจ็บครรภ์คลอดหรือน้ำเดินนำมาก่อน หลังจากนั้นจะมีเลือดสีแดงสดออกมาทางช่องคลอด เมื่อแพทย์ตรวจภายใน จะคลำได้ลักษณะของเส้นเลือดอยู่ที่ปากมดลูก แทนที่จะคลำได้ส่วนของทารก
- เลือดออกจากพยาธิสภาพที่ช่องคลอดและปากมดลูก (local bleeding) เช่น มีติ่งเนื้อที่ปากลดลูก (cervical polyp)
- เป็นอาการเตือนของการใกล้คลอด (mucous bloody show) : ผู้ป่วยจะมีมูกเลือดออกทางช่องคลอด ปริมาณไม่มาก ร่วมกับมีอาการเจ็บครรภ์คลอด จากมดลูกหดรัดตัว ร่วมด้วย
หญิงตั้งครรภ์ทุกคน ที่มีอาการเลือดออกทางช่องคลอด ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษา ไม่ว่าจะอายุครรภ์เท่าใด หรือเลือดออกปริมาณมากน้อยเท่าใดก็ตาม
ยาที่ใช้บ่อย
1. เสวก วีระเกียรติ และสฤกพรรณ วิไลลักษณ์, บรรณาธิการ. ตำรานรีเวชวิทยา. กรุงเทพฯ : บริษัทโฮลิสติก พับลิชชิ่ง จำกัด. พิมพ์ครั้งที่ 2. 2550.
06 มีนาคม 2554
29 มีนาคม 2554